ADVANCESEARCH

ไขมันกินได้ เลือกให้ถูก กินให้พอดี

31.01.2563
800
Share

              ไขมันที่เป็นส่วนประกอบของอาหารที่เราได้รับประทานกันในแต่ละวันนั้นมีทั้งไขมันดีและไขมันเลว ในส่วนของไขมันเลวนั้นสามารถแบ่งได้ 2 ประเภท คือ ไขมันทรานส์และไขมันอิ่มตัว  ประเภทไขมันทรานส์เป็นกรดไขมันที่ผ่านกระบวนการแปรรูป คือ กรดไขมันไม่อิ่มตัวเมื่อเติมไฮโดรเจนเข้าไปจะเป็นไขมันทรานส์ ซึ่งพบมากในมาการีน เนยขาว อาหารฟาสต์ฟูด เบเกอรี่ ขนมคบเคี้ยว เป็นต้น ซึ่งไขมันทรานส์จะเป็นปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อร่างกาย คือ เพิ่มความเสี่ยงในการเป็นโรคหลอดเลือดและหัวใจ หลอดเลือดสมอง มะเร็ง เบาหวาน เพิ่มการสะสมไขมันหน้าท้อง และจะเป็นการลดระดับไขมันดีที่ถูกแทนที่ด้วยไขมันเลว นอกจากนี้ไขมันเลวยังมีประเภทไขมันไม่อิ่มตัว ซึ่งจะพบในไขมันในสัตว์เป็นส่วนใหญ่ เช่น มันหมู เนย นม เนื้อสัตว์ เป็นต้น ซึ่งมีโทษต่อร่างกายเช่นกัน ซึ่งจะทำให้เกิดโรคอ้วน โรคหลอดเลือดหัวใจและหลอดเลือดสมอง แต่ถึงอย่างไรก็ตามไขมันอิ่มตัวยังเป็นไขมันที่จำเป็นต่อการเจริญเติบโตของเซลล์ต่างๆและเป็นส่วนประกอบของฮอร์โมนต่างๆ ดังนั้นควรกินไขมันอิ่มตัวในปริมาณจำกัด

               ทางด้านไขมันดี สามารถพบในอาหารได้หลายประเภทได้แก่ กรดไขมันโอเมก้า 3 ที่พบในปลา เช่น ปลาแซลมอน ปลาทูน่าและปลาน้ำจืดบางชนิด มีประโยชน์ช่วยในการลดความหนืดของเลือด ลดความเสี่ยงในการเป็นโรคหลอดเลือดหัวใจ  ที่จะช่วยเพิ่มเมตาบอลิซึ่มของเซลล์ภายในร่างกาย นอกจากนี้กรดไขมันโอเมก้า 3 ยังสามารถพบได้จากพืช เช่น ถั่วเหลือง คาโนล่า ผักโขม กะหล่ำเล็ก เป็นต้น ส่วนกรดไขมันโอเมก้า 6 พบในน้ำมันพืชต่างๆ ทั้งนี้ควรบริโภคกรดไขมันโอเมก้า 3 และ 6 ในอัตราส่วนที่เหมาะสม คือ 1:1 ถึง 4:1 และอีกหนึ่งประเภทของไขมันดี คือ กรดไขมันอิ่มตัวเชิงเดี่ยว ซึ่งก็คือกรดไขมัน MUFA พบได้ในน้ำมันมะกอก อะโวคาโด อัลมอนด์ พิสตาชิโอ เป็นต้น ซึ่งมีส่วนช่วยกลไกการลดน้ำหนักและการกลับเพิ่มขึ้นของน้ำหนักตัว

Related

Most View

Recommend