ADVANCESEARCH

เปิด 10 พฤติกรรมเสี่ยงเชื้อดื้อยา

15.10.2562
43
Share

ยาปฏิชีวนะหรือยาต้านแบคทีเรีย หากใช้ผิดโรค ผิดวิธี เท่ากับ “ทำร้าย” ร่างกายโดยที่คุณไม่รู้ตัว สาเหตุที่ทำให้คนไทยมีผู้ป่วยเชื้อดื้อยาเพิ่มขึ้นมาจากพฤติกรรมการใช้ยาปฏิชีวนะที่ไม่สมเหตุสมผล ศูนย์วิชาการเฝ้าระวังและพัฒนาระบบยา วิเคราะห์ว่ามาจาก 10 พฤติกรรมที่มีส่วนทำให้เกิดเชื้อดื้อยา อาทิ ซื้อยาปฏิชีวนะกินตามคนอื่น หยุดรับประทานยาปฏิชีวนะเมื่อมีอาการดีขึ้น ซื้อยาปฏิชีวนะกินเองตามที่เคยได้รับจากแพทย์ครั้งก่อนๆ ใช้ยาอมที่ผสมยาปฏิชีวนะ

เปิด 10 พฤติกรรมเสี่ยง “เชื้อดื้อยา”

ใช้ยาปฏิชีวนะ ไม่ถูกโรค ไม่ถูกวิธี อันตรายถึงชีวิต

เคยสงสัยไหมว่า เพราะอะไร กินยาเท่าไหร่ ก็ไม่หายจากอาการป่วยไข้ที่เป็นอยู่ บางคนเป็นไข้หวัด กินยาเป็นเดือนๆ ก็ยังไม่หาย

คงต้องย้อนกลับไปถามตัวเองก่อนว่า ที่ผ่านๆ มา เมื่อเวลาเป็นหวัด ท้องเสีย หรือได้รับบาดเจ็บมีแผลสด เคยกินยาปฏิชีวนะ เช่น ยาฆ่าเชื้อ หรือยาต้านแบคทีเรียหรือเปล่า ถ้าใช่นี่คือ “ความเสี่ยงของร่างกายต่อการเป็นเชื้อดื้อยา”

ยาปฏิชีวนะหรือยาต้านแบคทีเรีย หากใช้ผิดโรค ผิดวิธี เท่ากับ “ทำร้าย” ร่างกายโดยที่คุณไม่รู้ตัว

รศ.พญ.วารุณี พรรณพานิช วานเดอพิทท์ สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินีหรือโรงพยาบาลเด็ก เล่าถึงประสบการณ์การรักษาผู้ป่วยเด็กที่ได้ผลกระทบจากการติดเชื้อดื้อยาว่า “มีผู้ป่วยรายหนึ่งเป็นเด็กชายอายุ 7 ปี ถูกส่งมาที่โรงพยาบาลเด็กด้วยอาการไข้ไม่สูง หายใจเร็วมาประมาณ 11 วัน ไม่มีโรคประจำตัว แต่เมื่อซักประวัติพบว่าเด็กได้รับยาปฏิชีวนะ 38 ครั้ง มาตั้งแต่อายุ 4 ขวบ ทำให้ต้องเสียค่ารักษาพยาบาลเกือบ 1 ล้านบาท การได้รับยาปฏิชีวนะเกินความจำเป็น เมื่อเด็กป่วยอีกครั้งทำให้ไม่สามารถใช้ยาแบบเดิมในการรักษาได้อีกเนื่องจากร่างกายมีเชื้อดื้อยา ในการรักษาจึงต้องเปลี่ยนตัวยาใหม่ซึ่งมีความเสี่ยงต่อร่างกาย และหากไม่มียาใดต้านแบคทีเรียได้ก็จะเป็นอันตรายถึงชีวิต

“ตัวอย่างดังกล่าว เป็นกรณีศึกษาที่สะท้อนให้เห็นอันตรายของเชื้อดื้อยาได้ชัดเจน เราสามารถป้องกันความเสี่ยงในการเป็นเชื้อดื้อยาได้จากการปรับพฤติกรรมหยุดใช้ยาเกินความจำเป็น รวมถึงการควบคุมการใช้ยาปฏิชีวนะให้เป็นไปอย่างสมเหตุสมผลในกลุ่มวิชาชีพแพทย์อีกด้วย” รศ.พญ.วารุณี สะท้อน

วันนี้เชื้อดื้อยาไม่ได้พบในวัยผู้ใหญ่ แต่เกิดขึ้นตั้งแต่วัยเด็กเพราะรับยาเกินความจำเป็นตั้งแต่อายุยังน้อย

จากข้อมูลของศูนย์วิชาการเฝ้าระวังและพัฒนาระบบยา (กพย.) ร่วมกับสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ พบว่า ในแต่ละปีคนไทยติดเชื้อแบคทีเรียดื้อยาประมาณ 88,000 คน เสียชีวิตจากเชื้อดื้อยาอย่างน้อยปีละ 20,000-38,000 คน ซึ่งมากกว่าผู้เสียชีวิตจากโรคหัวใจขาดเลือดและผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุการขนส่ง และยังส่งผลให้ผู้ป่วยที่ติดเชื้อดื้อยาต้องอยู่ในโรงพยาบาลโดยรวมนานขึ้น 3.24 ล้านวัน หรือเฉลี่ยคนละ 24-46 วัน

สาเหตุที่ทำให้คนไทยมีผู้ป่วยเชื้อดื้อยาเพิ่มขึ้นมาจากพฤติกรรมการใช้ยาปฏิชีวนะที่ไม่สมเหตุสมผล ศูนย์วิชาการเฝ้าระวังและพัฒนาระบบยา วิเคราะห์ว่ามาจาก 10 พฤติกรรมที่มีส่วนทำให้เกิดเชื้อดื้อยา เช่น ซื้อยาปฏิชีวนะกินตามคนอื่น หยุดรับประทานยาปฏิชีวนะเมื่อมีอาการดีขึ้น ซื้อยาปฏิชีวนะกินเองตามที่เคยได้รับจากแพทย์ครั้งก่อนๆ ใช้ยาอมที่ผสมยาปฏิชีวนะ

ผศ.นพ.พิสนธิ์ จงตระกูล  ประธานคณะทำงานสร้างเสริมความเข้มแข็งภาคประชาชนด้านการใช้ยาอย่างสมเหตุผล (สยส.) อธิบายว่า การดื้อยาของเชื้อแบคทีเรียนั้นเกิดจากการใช้ยาปฏิชีวนะ หรือยาต้านแบคทีเรียมากจนเกินไป ทำให้เชื้อแบคทีเรียมีการปรับตัวและพัฒนาตัวเองขึ้นจนกลายเป็น ซูเปอร์บัค (Super Bug) ที่ดื้อต่อยาและหายารักษาได้ยากจนเป็นเหตุให้เสียชีวิตจากการติดเชื้อในที่สุดปัจจุบันบุคลากรทางการแพทย์จำนวนมากยังคงสั่งยาต้านแบคทีเรียให้กับ 3 โรคที่รักษาได้โดยไม่ต้องใช้ยาปฏิชีวนะ ได้แก่ 1. โรคหวัด ไอ เจ็บคอจากไวรัส 2. ท้องร่วงและอาหารเป็นพิษ และ 3. บาดแผลทั่วไป ทำให้ประชาชนมีความเชื่อที่ผิดว่าโรคเหล่านี้จำเป็นต้องใช้ยาต้านแบคทีเรียหรือยาแก้อักเสบ

“ทั้งนี้ โรคหวัดเกิดจากเชื้อไวรัส ไม่ได้เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย การรักษาที่ดีที่สุดคือ การพักผ่อนให้เพียงพอ จะทำให้ร่างกายฟื้นตัวได้เร็ว ด้านโรคท้องเสีย ร้อยละ 99 เกิดจากไวรัสหรืออาหารเป็นพิษ หากมีไข้หรืออุจจาระปนเลือดควรไปพบแพทย์ดีที่สุด สำหรับบาดแผลเลือดออก การใช้ยาปฏิชีวนะไม่สามารถป้องกันการติดเชื้อได้ และไม่ได้ทำให้แผลหายเร็วขึ้น ยกเว้นแผลที่ปนเปื้นสิ่งสกปรก หรือแผลในผู้ป่วยโรคเบาหวานที่ควรพบแพทย์เพื่อการรักษาที่ถูกต้อง” ผศ.นพ.พิสนธิ์ ทิ้งท้าย

สามารถดูรายละเอียดได้ที่ http://atb-aware.thaidrugwatch.org

และ https://www.facebook.com/thai.antibiotic.awareness

 

ดาวน์โหลดไฟล์

Related

Most View

Recommend