ADVANCESEARCH

จัดการขยะต้นทางเพื่อ “วังสะพุง” สะอาดยั่งยืน

24.12.2563
128
Share

Highlight

  • เทศบาลเมืองวังสะพุงยังได้ส่งเสริมให้เกิดการมีส่วนร่วมของชุมชนในการคัดแยกขยะตามแนวคิดลดการใช้ การใช้ซ้ำ นำกลับมาใช้ใหม่ (3Rs) สนับสนุนให้มีการจัดการขยะตั้งแต่ระดับครัวเรือน
  • ความท้าทายในการจัดการขยะต้องใช้หลายมาตรการผสมผสานควบคู่กันไปทั้งกฎหมาย การสร้างแรงจูงใจ มาตรการด้านภาษี มาตรการด้านสังคม วัฒนธรรม ฯลฯ เพื่อการพัฒนาการบริหารจัดการขยะมูลฝอยชุมชนที่ต้นทางอย่างยั่งยืนแบบมีส่วนร่วม
  • คนในพื้นที่มีแนวโน้มเป็นมะเร็งมากขึ้น อีกทั้งน้ำเสียจากครัวเรือนและตลาดสดยังทำให้เกิดคราบไขมันในคลองระบายน้ำ เพราะไม่มีระบบบ่อดักตะกอน เกิดการอุดตันในระบบท่อส่งผลต่อสิ่งมีชีวิตในลำน้ำ
  • คนในชุมชนบางส่วนยังไม่มีความรู้ความเข้าใจในการจัดการขยะมูลฝอยต้นทาง ระบบฝังกลบขยะมูลฝอยไม่ถูกหลักสุขาภิบาล ประสิทธิภาพการเก็บขนน้อย รถเก็บขนมูลฝอยไม่เพียงพอ การจัดการของเสียอันตรายจากชุมชนไม่ถูกต้อง
  • ความท้าทายในการจัดการขยะต้องใช้หลายมาตรการผสมผสานควบคู่กันไปทั้งกฎหมาย การสร้างแรงจูงใจ มาตรการด้านภาษี มาตรการด้านสังคม วัฒนธรรม ฯลฯ เพื่อการพัฒนาการบริหารจัดการขยะมูลฝอยชุมชนที่ต้นทางอย่างยั่งยืนแบบมีส่วนร่วม

 

ในปัจจุบัน “ขยะ” เป็นปัญหาใหญ่ที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม สุขภาพและคุณภาพชีวิตของประชาชน ทั้งยังทำให้เกิดการสูญเสียโอกาสทางเศรษฐกิจและสิ้นเปลืองงบประมาณในการจัดการ จึงมีความจำเป็นต้องจัดการแก้ไขอย่างเร่งด่วน อย่างเป็นระบบตั้งแต่ต้นทางถึงปลายทาง โดยอาศัยความร่วมมือกันของทุกภาคส่วน

ตำบลวังสะพุง อำเภอวังสะพุง จังหวัดเลย เป็นอีกหนึ่งพื้นที่ซึ่งกำลังเผชิญกับปัญหาขยะ โดยจาก “รายงานผลการศึกษาเพื่อพัฒนาแนวทางขับเคลื่อนการจัดการขยะมูลฝอยจากชุมชมที่ต้นทางอย่างยั่งยืน พื้นที่ตำบลวังสะพุง อำเภอวังสะพุง จังหวัดเลย” ได้สะท้อนสภาพปัญหา อุปสรรค แนวทางการดำเนินงาน และแก้ไขการจัดการขยะ

พื้นที่ตำบลวังสะพุงตั้งอยู่ในเขตลุ่มน้ำเลยตอนกลางที่เชื่อมโยงกับแม่น้ำโขง การทำมาหากินของประชาชนสัมพันธ์กับการใช้ประโยชน์จากแม่น้ำซึ่งในอดีตมีความอุดมสมบูรณ์ มีความหลากหลายทางชีวภาพ เป็นที่อาศัยของพันธุ์ปลาจำนวนมาก ปัจจุบันปลาเหล่านี้มีจำนวนลดลง อีกทั้งแม่น้ำยังมีสภาพเสื่อมโทรม สาเหตุหลักมาจากการคุกคามของมนุษย์ ซึ่งรวมถึงการทิ้งขยะ ของเสีย สิ่งปฏิกูล สารพิษต่าง ๆ ลงสู่แม่น้ำ

ด้วยการเปลี่ยนแปลงซึ่งทำให้วังสะพุงกลายเป็นชุมชนเมืองมากขึ้น ส่งผลต่อวิถีการดำรงชีวิตและการประกอบอาชีพของประชาชน ในพื้นที่มีกิจกรรมทางเศรษฐกิจซึ่งขยายตัวตามการลงทุน ทั้งการเกษตร ท่องเที่ยว การค้าขายชายแดน และผลที่ตามมาคือ ปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมและมลภาวะ โดยเฉพาะปัญหาการจัดการขยะ

ที่ผ่านมาทางเทศบาลเมืองวังสะพุงได้มียุทธศาสตร์และการดำเนินการแก้ไขปัญหาขยะตามแผนบริหารจัดการขยะมูลฝอยและของเสียงอันตรายจังหวัดเลย ระยะ 5 ปี (2558-2562) ครอบคลุมเรื่องการกำจัดขยะมูลฝอยตกค้างในสถานที่กำจัดขยะมูลฝอย การสร้างรูปแบบการจัดการขยะมูลฝอยและของเสียอันตราย การวางระเบียบ มาตรการการบริหารจัดการขยะมูลฝอยและของเสียอันตราย รวมทั้งการสร้างวินัยเพื่อมุ่งสู่การจัดการที่ยั่งยืน โดยการสร้างจิตสำนึก การบรรจุลงในหลักสูตรการศึกษา รวมทั้งการบังคับใช้กฎหมาย

นอกจากนี้ทางเทศบาลเมืองวังสะพุงยังได้ส่งเสริมให้เกิดการมีส่วนร่วมของชุมชนในการคัดแยกขยะตามแนวคิดลดการใช้ การใช้ซ้ำ นำกลับมาใช้ใหม่ (3Rs) สนับสนุนให้มีการจัดการขยะตั้งแต่ระดับครัวเรือน การจัดการขยะอินทรีย์ สนับสนุนการเลี้ยงไส้เดือนเพื่อกำจัดขยะและเพิ่มมูลค่าจากขยะ การจัดทำบ่อขยะเปียกในครัวเรือน ลดการใช้โฟมและพลาสติก นำขยะไปใช้ในการพัฒนาพลังงานทดแทน รณรงค์และรวบรวมขยะมีพิษเพื่อนำไปกำจัดให้ถูกวิธี

ขณะเดียวกันได้ผลักดันให้เกิดธนาคารขยะเพื่อส่งเสริมการจัดการขยะของชุมชนอย่างมีส่วนร่วมและรวบรวมขยะเพื่อขายและนำรายได้กลับมาให้สมาชิก อบรมให้ความรู้ศึกษาดูงานการจัดการขยะ สร้างความร่วมมือเพื่อขับเคลื่อนให้การจัดการขยะเป็นวาระสำคัญของพื้นที่โดยมีหน่วยงานองค์กรต่าง ๆ เข้าร่วม

สิ่งที่ได้ทำเป็นรูปธรรมอย่างต่อเนื่องทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลง จากข้อมูลขยะในปี พ.ศ. 2557 ระบุว่า เทศบาลเมืองวังสะพุงมีปริมาณขยะจากภาคครัวเรือนและชุมชนราว 13 ตัน/วัน ผ่านการคัดแยกจากชุมชนและเจ้าหน้าที่เทศบาลก่อนนำไปทิ้งที่บ่อขยะโคกช้างไห้เฉลี่ย 11 ตัน/วัน ปัจจุบันปริมาณขยะมีมากขึ้นจากเดิมอยู่ที่ราว 14 ตัน/วัน แต่เนื่องจากเทศบาลมีการดำเนินมาตรการต่าง ๆ ในการจัดการขยะต้นทางได้มากขึ้น ทำให้ปริมาณขยะที่นำไปทิ้งที่โคกช้างไห้เฉลี่ยวันละ 9 ตัน ปัจจุบันปริมาณขยะที่จัดเก็บได้บางประเภทลดลง เช่น ขยะอินทรีย์ลดลงจากร้อยละ 63.5 ในอดีตลดลงเหลือร้อยละ 27

แม้ว่า การมีส่วนร่วมของคนในชุมชนต่อการจัดการขยะอยู่ในเกณฑ์ดีและมีส่วนร่วมในทุกขั้นตอน แต่ปริมาณขยะที่จะต้องกำจัดขั้นสุดท้ายยังมีแนวโน้มสูงขึ้น เนื่องจากการคัดแยกขยะตั้งแต่ต้นทางยังไม่มีประสิทธิภาพ ขยะบางชนิดมีสัดส่วนเพิ่มขึ้น เช่น ขยะประเภทพลาสติก เพราะการขยายตัวของเมือง มีร้านค้าและการค้าขายเพิ่มมากขึ้นส่งผลต่อรูปแบบการบริโภคและการบรรจุภัณฑ์ที่ทำให้ขยะมีปริมาณเพิ่มขึ้น นอกจากนี้ขยะมีพิษก็มีสัดส่วนเพิ่มขึ้นอย่างมาก ในชุมชนหลายแห่งมีการลักลอบทิ้งขยะโดยไม่ได้มีการจัดการ จึงกลายเป็นแหล่งเพาะพันธุ์เชื้อโรคระบาดมาสู่คน

ที่น่าเป็นห่วงคือ การทิ้งขยะลงแม่น้ำเลยซึ่งเชื่อมโยงกับปัญหาขยะสะสมในลุ่มน้ำโขงที่มีขยะมากเป็นอันดับ 10 ของโลก ขยะจำนวนหนึ่งตรวจพบสารประกอบไดออกซินซึ่งเป็นสารที่ก่อให้เกิดโรคมะเร็ง โดยมีข้อมูลจากสำนักงานสถิติจังหวัดเลย ระบุว่า คนในพื้นที่มีแนวโน้มเป็นมะเร็งมากขึ้น อีกทั้งน้ำเสียจากครัวเรือนและตลาดสดยังทำให้เกิดคราบไขมันในคลองระบายน้ำ เพราะไม่มีระบบบ่อดักตะกอน เกิดการอุดตันในระบบท่อส่งผลต่อสิ่งมีชีวิตในลำน้ำ

ปัญหาและอุปสรรคที่ทำให้การจัดการขยะอำเภอวังสะพุงยังไม่สัมฤทธิ์ผลอย่างเต็มที่คือ คนในชุมชนบางส่วนยังไม่มีความรู้ความเข้าใจในการจัดการขยะมูลฝอยต้นทาง ระบบฝังกลบขยะมูลฝอยไม่ถูกหลักสุขาภิบาล ประสิทธิภาพการเก็บขนน้อย รถเก็บขนมูลฝอยไม่เพียงพอ การจัดการของเสียอันตรายจากชุมชนไม่ถูกต้อง ประชาชนส่วนใหญ่ยังขาดความรู้ความเข้าใจและความร่วมมือคัดแยกของเสียอันตราย หน่วยงานที่ต้องรับผิดชอบจัดการขยะไม่บริหารจัดการให้ถูกต้องตามหลักวิชาการ งบประมาณการจัดเก็บรายได้ไม่สมดุลและไม่สอดคล้องรายจ่ายในการจัดการขยะ

ที่สำคัญคือ บ่อขยะรวมโคกช้างไห้ที่มีแนวโน้มจะเต็มในอนาคตทำให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต้องจัดหาสถานที่สำหรับการจัดการขยะ ซึ่งเป็นชนวนทำให้เกิดความขัดแย้งกับประชาชนในพื้นที่ การทำประชาคมไม่ผ่าน จึงชะลอการจัดหาพื้นที่ฝังกลบขยะออกไปเพื่อลดความขัดแย้ง ขณะที่แผนการนำเทคโนโลยีการกำจัดที่มีประสิทธิภาพสูงขึ้นมาใช้ก็ยังไม่มีงบประมาณเพียงพอ

ความท้าทายในการจัดการขยะต้องใช้หลายมาตรการผสมผสานควบคู่กันไปทั้งกฎหมาย การสร้างแรงจูงใจ มาตรการด้านภาษี มาตรการด้านสังคม วัฒนธรรม ฯลฯ เพื่อการพัฒนาการบริหารจัดการขยะมูลฝอยชุมชนที่ต้นทางอย่างยั่งยืนแบบมีส่วนร่วม โดยต้องเสริมศักยภาพของบ้าน วัด โรงเรียนและส่วนราชการ ในการให้ความรู้ พัฒนาจิตสำนึก สร้างวินัยการจัดการขยะต้นทางโดยหลัก 3Rs การแสวงหาภาคีพันธมิตรและหุ้นส่วนการขับเคลื่อนเชิงนโยบาย

ทั้งยังควรต้องมีหน่วยงานเข้ามามีส่วนร่วมจัดการขยะเพิ่มมากขึ้น การหนุนเสริมให้กลไกธนาคารขยะให้มีความเข้มแข็งในการบริหารจัดการ กระตุ้นและรณรงค์ให้ประชาชนในพื้นที่ได้มีส่วนร่วมในการจัดการขยะ ที่สำคัญคือ การสร้างกระบวนการเรียนรู้ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมด้านการบริโภค การใช้ถุงพลาสติก โฟม ฯลฯ การส่งเสริมให้เยาวชนมีความรู้ ตระหนัก ปลูกฝังพฤติกรรมและวินัยให้กับเด็กและเยาวชนในการเก็บรวบรวมขยะในโรงเรียน

ที่สำคัญต้องทำให้การจัดการขยะมูลฝอยชุมชนที่ต้นทางเป็นวาระของท้องถิ่นโดยเฉพาะการลดใช้โฟมและพลาสติก ให้ชุมชนมีความรู้เกี่ยวกับขยะอันตราย รวมทั้งเชื่อมโยงประเด็นขยะกับปัญหามลภาวะทางอากาศ PM2.5 ซึ่งเป็นปัญหาทางสิ่งแวดล้อมที่สำคัญของจังหวัดเลย ทั้งให้ความรู้และมาตรการเชิงรุกเพื่อหยุดยั้งการเผาขยะในที่โล่ง

สำหรับงบประมาณและการจัดเก็บรายได้จากขยะซึ่งไม่สะท้อนความเป็นจริงนั้น เป็นเพราะองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นไม่กล้ากำหนดนโยบายภาษีการจัดการขยะเพิ่มเติม เพราะจะกระทบฐานเสียงนักการเมืองในพื้นที่ จึงพึ่งพาการตั้งงบประมาณกำจัดขยะเพียงอย่างเดียว ทั้งที่ควรสร้างความรู้ความเข้าใจการจัดเก็บภาษีจัดการขยะเพิ่มขึ้นตามหลักผู้สร้างมลภาวะต้องเป็นผู้จ่าย หรือการขับเคลื่อนให้เทศบัญญัติเพิ่มงบประมาณรายจ่ายในการจัดการขยะต้นทางเพิ่มขึ้น

อย่างไรก็ตาม แม้ปัญหาขยะจะแก้ไขได้ยาก แต่หากประชาชน รัฐ ท้องถิ่น เอกชน ฯลฯ เข้ามามีส่วนร่วมก็จะทำให้เกิดการบริหารจัดการขยะที่มีประสิทธิภาพ​ และสามารถนำไปสู่การแก้ไขปัญหาขยะได้อย่างยั่งยืนในที่สุด

 

อ้างอิง : รายงานผลการศึกษาเพื่อพัฒนาแนวทางขับเคลื่อน การจัดการขยะมูลฝอยจากชุมชนที่ต้นทางอย่างยั่งยืน 

           พื้นที่ตำบลวังสะพุง อำเภอวังสะพุง จังหวัด เลย

ที่มาภาพ thainews.prd.go.th

Related

Most View

Recommend