ADVANCESEARCH

ฉลากโภชนาการ ‘หวาน มัน เค็ม’ แบบจีดีเอ อ่านง่ายได้ประโยชน์ต่อการดูแลสุขภาพ

28.08.2563
2,988
Share

Highlight

  • ฉลากโภชนาการแบบจีดีเอ (GDA : Guideline Daily Amount) อาจเรียกง่าย ๆ ว่า ฉลากหวาน มัน เค็ม จะปรากฏบนบรรจุภัณฑ์อาหารสำเร็จรูปพร้อมรับประทาน โดยนำข้อมูลของสารอาหาร 4 ชนิด คือ พลังงาน (กิโลแคลอรี่) น้ำตาล (กรัม) ไขมัน (กรัม) และโซเดียม (มิลลิกรัม) มาแสดงให้ผู้บริโภคเห็นได้อย่างชัดเจนและอ่านง่าย
  • ปริมาณสูงสุดที่แนะนำคือ ในหนึ่งวันไม่ควรได้รับพลังงานเกิน 2,000 กิโลแคลอรี น้ำตาล 65 กรัม ไขมัน 65 กรัม และโซเดียม 2,400 มิลลิกรัม
  • ข้อมูลในฉลากโภชนาการจีดีเอ​ช่วยให้สามารถตัดสินใจเลือกซื้ออาหารรับประทานได้ เพราะบอกปริมาณพลังงาน น้ำตาล ไขมัน และโซเดียมของอาหารชนิดนั้นอย่างชัดเจน รวมทั้งปริมาณที่ควรบริโภคในหนึ่งวันด้วย

 

ทุกครั้งเมื่อจะหยิบอาหารสำเร็จรูปพร้อมรับประทานเข้าปาก นอกจากต้องคำนึงถึงรสชาติความเอร็ดอร่อยแล้ว สิ่งที่ควรคำนึงถึงคือ สารอาหารในส่วนผสม ปริมาณพลังงานที่เหมาะสม เพื่อสุขภาพที่ดี ช่วยควบคุมไม่ให้น้ำหนักตัวเกิน และไม่เสี่ยงต่อการเป็นโรคไม่ติดต่อ เช่น โรคอ้วน โรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง เป็นต้น

แต่ปัญหาก็คือ จะเลือกอาหารสำเร็จรูปพร้อมรับประทานอย่างไร จะดูปริมาณพลังงานที่เหมาะสมได้ตรงไหน

นี่เองคือ หน้าที่และประโยชน์ของฉลากโภชนาการแบบจีดีเอ  

ฉลากโภชนาการแบบจีดีเอ คืออะไร

ฉลากโภชนาการแบบจีดีเอ (GDA : Guideline Daily Amount) อาจเรียกง่าย ๆ ว่า ฉลากหวาน มัน เค็ม จะปรากฏบนบรรจุภัณฑ์อาหารสำเร็จรูปพร้อมรับประทานอย่าง มันฝรั่งทอดหรืออบกรอบ ข้าวโพดคั่วทอดหรืออบกรอบ ข้าวเกรียบหรืออาหารขบเคี้ยวชนิดอบพอง ขนมปังกรอบหรือแครกเกอร์หรือบิสกิต และเวเฟอร์สอดไส้

โดยนำข้อมูลของสารอาหาร 4 ชนิด คือ พลังงาน (กิโลแคลอรี่) น้ำตาล (กรัม) ไขมัน (กรัม) และโซเดียม (มิลลิกรัม) มาแสดงให้ผู้บริโภคเห็นได้อย่างชัดเจนและอ่านง่าย

เพื่อจะได้เปรียบเทียบและเลือกซื้อผลิตภัณฑ์อาหารซึ่งมีคุณค่าทางโภชนาการดีกว่าหรือเหมาะสมกว่า ทำให้ผู้บริโภคได้รับพลังงานและสารอาหารมากเกินความจำเป็น โดยเฉพาะกลุ่มที่ต้องระมัดระวังเรื่องโภชนาการ หรือควบคุมน้ำหนัก

เพราะการรับประทานอาหารที่มีพลังงานเกินความจำเป็นทำให้มีโอกาสเสี่ยงที่จะเกิดโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง ((Non–Communicable Diseases: NCDs) มากขึ้น ซึ่งรวมถึงโรคไขมันในเลือดสูง โรคหลอดเลือดหัวใจ โรคหัวใจ โรคอ้วน โรคข้อต่ออักเสบ ภาวะหยุดหายใจขณะนอนหลับ โรคมะเร็งบางชนิด เป็นต้น

อ่านง่าย …ได้ประโยชน์

ปัจจุบันสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) กระทรวงสาธารณสุข ได้แก้ไขปรับปรุงให้ฉลากโภชนาการสามารถเข้าใจได้ง่าย ผู้บริโภคสามารถมองเห็นได้ชัดเจน และอ่านง่าย โดยฉลากโภชนาการจีดีเอ​ หรือฉลากหวาน มัน เค็ม แบ่งออกเป็น 4 ส่วนหลัก ๆ

ส่วนที่ 1 บอกคุณค่าทางโภชนาการต่อ 1 ถุง 1 ซอง หรือ 1 กล่อง คือ พลังงานรวม ซึ่งผู้บริโภคจะได้รับจากอาหารสำเร็จรูปพร้อมรับประทานชนิดนั้น ๆ

ส่วนที่ 2 บอกปริมาณที่เหมาะสมในการรับประทาน กรณีที่อาหารนั้นบริโภคได้มากกว่า 1 ครั้งจะบอกว่า ควรแบ่งกินกี่ครั้ง

ส่วนที่ 3 บอกปริมาณพลังงาน น้ำตาล ไขมัน และโซเดียม เช่น หากรับประทานทั้งซองจะได้รับพลังงาน 450 กิโลแคลอรี น้ำตาล 6 กรัม ไขมัน 21 กรัม โซเดียม 750 มิลลิกรัม เป็นต้น

ส่วนที่ 4 บอกจำนวนพลังงาน น้ำตาล ไขมัน และโซเดียม โดยคิดเป็นร้อยละของปริมาณสูงสุดที่บริโภคได้ต่อวัน

ฉะนั้น ในการเลือกบริโภคอาหารสำเร็จรูปพร้อมรับประทานแต่ละครั้งจึงควรดูองค์ประกอบ ดังนี้  

1.ดูจำนวนหน่วยบริโภคว่า อาหารถุงหรือซองหรือกล่องนั้นควรแบ่งกินกี่ครั้ง

2.ดูปริมาณพลังงาน น้ำตาล ไขมัน และโซเดียม หากรับประทานหมดถุงหรือซองหรือกล่อง

3.ดูปริมาณพลังงาน น้ำตาล ไขมัน และโซเดียมสูงสุด ซึ่งบริโภคได้ในแต่ละวัน

โดยปริมาณสูงสุดที่แนะนำคือ ในหนึ่งวันไม่ควรได้รับพลังงานเกิน 2,000 กิโลแคลอรี น้ำตาล 65 กรัม ไขมัน 65 กรัม และโซเดียม 2,400 มิลลิกรัม

ฉลากโภชนาการจีดีเอ ในชีวิตประจำวัน

ข้อมูลในฉลากโภชนาการจีดีเอ​ช่วยให้สามารถตัดสินใจเลือกซื้ออาหารรับประทานได้ เพราะบอกปริมาณพลังงาน น้ำตาล ไขมัน และโซเดียมของอาหารชนิดนั้นอย่างชัดเจน รวมทั้งปริมาณที่ควรบริโภคในหนึ่งวันด้วย

ข้อมูลในฉลากโภชนาการจีดีเอ ยังทำให้สามารถเปรียบเทียบปริมาณพลังงาน น้ำตาล ไขมัน และโซเดียมของแต่ละผลิตภัณฑ์ได้ง่าย ทำให้รู้ว่า ควรเลือกผลิตภัณฑ์ใด ควรรับประทานหรือหลีกเลี่ยง เช่น

-หากต้องการควบคุมน้ำหนัก ให้หลีกเลี่ยงอาหารที่มีพลังงาน น้ำตาล และไขมันสูง

-คนที่มีไขมันในเลือดสูง ต้องระวังไขมัน

-ผู้เป็นเบาหวาน ต้องระวังน้ำตาล

-คนที่มีอาการความดันโลหิตสูง ควรลดโซเดียม เป็นต้น

ข้อมูลในฉลากโภชนาการจีดีเอ​ทำให้สามารถวางแผนการบริโภคได้มากขึ้น หากมื้อนี้รับประทานอาหารที่มีพลังงานสูงแล้ว มื้อต่อไปควรเลือกอาหารที่มีพลังงานน้อย หรือทำให้รู้ว่า ต้องแบ่งรับประทานกี่ครั้ง เพื่อจะได้ไม่รับพลังงานมากเกินไป เป็นต้น

ดังนั้น เพื่อป้องกันปัญหาสุขภาพจากการรับประทานอาหารที่มากเกินความจำเป็น ซึ่งเป็นสาเหตุของโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง  ก่อนรับประทานอาหารสำเร็จรูปพร้อมบริโภคทุกครั้ง จึงไม่ควรมองผ่านฉลากโภชนาการจีดีเอ​

 

ที่มา     : ชวนรู้จักฉลาก GDA, SOOK Magazine, หน้าที่ 19

          : คู่มือรณรงค์ให้ความรู้เรื่องฉลากโภชนาการแบบจีดีเอ (GDA) ฉบับอสม. และประชาชน, สำนักคณะกรรมการ อาหารและยา, กระทรวงสาธารณสุข

Related

Most View

Recommend