ADVANCESEARCH

มาตามนัด ! PM 2.5 และฝุ่นควันภาคเหนือ

08.01.2563
1,951
Share

1 ใน 10 สถานการณ์พฤติกรรมสุขภาพที่น่าจับตาในปี 2563 นั่นคือ PM 2.5 และฝุ่นควันภาคเหนือมาตามนัดในช่วงปลายเดือนธ.ค.-มี.ค. นับตั้งแต่ปี 2561 เป็นต้นมา ที่พบปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็กเกินเกณฑ์มาตรฐาน

ต้นกำเนิดฝุ่นควันที่ก่อให้เกิดมลพิษทางอากาศ ได้แก่ โรงไฟฟ้า (โดยเฉพาะโรงไฟฟ้าถ่านหิน) โรงงานอุตสาหกรรม ไอเสียจากยานพาหนะ และการเผาชีวมวลทางเกษตรในที่โล่งแจ้ง เตาเผาขยะ การก่อสร้าง การปิ้งย่าง รวมทั้งการปล่อยสารเคมีบางชนิด ไอโซพรีนจากป่าก็เป็นสาเหตุของการสร้างฝุ่นพีเอ็ม 2.5 ได้เช่นเดียวกัน

สิ่งที่ตามมาคือ ‘โลหะหนัก สารก่อมะเร็ง สารก่อภูมิแพ้’ ที่มาพร้อมกับฝุ่นพิษ ซึ่งจะส่งผลต่อสุขภาพคือ เมื่อสูดเข้าไปจะสามารถผ่านลงไปลึกถึงหลอดลมฝอยและถุงลมที่เป็นส่วนปลายสุดของปอด ก่อให้เกิดการระคายเคืองและเกิดการอับเสบเฉียบพลันและเรื้อรัง ทำให้คนที่เป็นโรคระบบการหายใจเรื้อรังเกิดอาการกำเริบทั้งโรคจมูกอักเสบ ภูมิแพ้ โรคหืด และโรคถุงลมโป่งพอง และอาจทำให้เกิดมะเร็งปอดเพิ่มขึ้น ซึ่งผลงานวิจัยล่าสุด [1] ยังพบว่า กลุ่มประชากรที่ได้รับพีเอ็ม 2.5 ในระดับสูงจะมีความเสี่ยงกับการเป็นโรคตับ โรคไต โรครูห์มาติก โรคอัลไซเมอร์ และโรคเบาหวาน โดยเด็กและผู้สูงอายุนับเป็นกลุ่มเสี่ยงมากที่สุดที่ควรระวัง   

การแก้ฝุ่นควันขนาดเล็กด้วยการฉีดน้ำรดถนนหรือฉีดละอองน้ำในอากาศอาจช่วยลดฝุ่นขนาดใหญ่ในอากาศ แต่มีประสิทธิภาพลดฝุ่นขนาดเล็กกว่า 2.5 ไมครอนได้น้อยมาก     

           

จะรับมืออย่างไร ท่ามกลางชีวิตติดฝุ่นอันตราย !

หากจำเป็นต้องอยู่ในละแวกพื้นที่ที่มีฝุ่นพิษ ควรปฏิบัติตามคำแนะนำดังนี้

  1. ปิดประตูหน้าต่างไม่ให้ฝุ่นเข้ามาในตัวอาคาร
  2. ดื่มน้ำมาก ๆ
  3. ใช้น้ำเกลือหรือน้ำสะอาดกลั้วคอ บ้วนทิ้นวันละ 3-4 ครั้ง ห้ามกลืน
  4. หลีกเลี่ยงการทำกิจกรรมกลางแจ้งที่ต้องออกแรงมาก ๆ โดยเฉพาะการออกกำลังกายกลางแจ้ง
  5. หากต้องออกจากบ้าน ควรสวมหน้ากากอนามัยชนิดกรองพีเอ็ม 5 ได้ และหมั่นเปลี่ยนหน้ากากอนามัยทุกวัน
  6. ผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น โรคหอบหืด โรคหัวใจ โรคปอด ควรเตรียมยาและอุปกรณ์ที่จำเป็นติดตัว
  7. งดสูบบุหรี่
  8. ปลูกต้นไม้สูงรอบบ้านสามารถช่วยกรองอากาศและผลิตออกซิเจน
  9. หากมีอาการผิดปกติหลังสูดดมฝุ่นหมอกควัน เช่น หายใจไม่ออก หรือระคายเคืองแสบตา ควรรีบไปพบแพทย์

 

คนละไม้ละมือ งดก่อมลพิษ [2]

            ปัญหาฝุ่นละอองหรือควันพิษสาเหตุหลักส่วนใหญ่เกิดจากการกระทำของมนุษย์ หากปรับพฤติกรรมก็จะช่วยลดการก่อมลพิษอากาศได้ ขอเพียงร่วมมือกัน ดังเช่น

รถยนต์

  • ใช้น้ำมันไร้สารตะกั่วสำหรับเครื่องยนต์เบนซินหรือน้ำมันดีเซลกลั่นอุณหภูมิต่ำสำหรับรถเครื่องยนต์ดีเซล
  • เปลี่ยนน้ำมันเครื่องตามกำหนดเวลา
  • ติดตั้งอุปกรณ์กรองไอเสีย
  • เปลี่ยนมาใช้ระบบขนส่งที่มีมลพิษน้อย หันมาเดินทางด้วยระบบขนส่งมวลชน

เศษพืชและวัสดุการเกษตร

  • ลดการเผา แต่ควรนำไปทำป๋ยหมักชีวภาพ นอกจากพืชผักปลอดภัย ดินก็จะไม่ถูกทำลาย

Tip : ฟางข้าวมีประโยชน์ใช้เพาะเห็นได้

  • ปรับเปลี่ยนระบบการปลูกพืชจากพืชเชิงเดี่ยวไปสู่ระบบเกษตรผสมผสาน ลดการเผาได้จำนวนมาก

สร้างพื้นที่สีเขียว

  • ปลูกต้นไม้รอบบ้านเพื่อช่วยกรองฝุ่นและดูดมลพิษ
  • เลิกสูบบุหรี่
  • หมั่นทำความสะอาดที่อยู่อาศัย

ขยะหรือวัสดุเหลือใช้

  • ลดการเผาทำลาย เปลี่ยนเป็นรวบรวมวัสดุเหลือใช้ไปขายเพื่อสร้างรายได้
  • ลดและเลิกการใช้อุปกรณ์เครื่องใช้ที่มีสารประกอบของสารที่ทำให้เกิดภาวะเรือนกระจก เช่น สารคลอโรฟลูออโรคาร์บอน (CFC) และสารไฮโดรฟลูโอคาร์บอน (HCFC)

 

ภาคประชาชนก็สามารถรายงานคุณภาพอากาศได้

เนื่องจากสถานีตรวจวัดคุณภาพอากาศมีจำนวนจำกัด ขณะที่ในปัจจุบันมีเครื่องวัดมลพิษทางอากาศราคาถูกที่ประชาชนสามารถเข้าถึงได้ หน่วยงานของรัฐควรมีมาตรการให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการตรวจวัดมลพิษอากาศ

#thaihealthwatch #PM2.5 #ฝุ่นควันภาคเหนือ #ชีวิตติดฝุ่นอันตราย

 

[1] Bernatsky, S., Smargiassi, A., ...& Edworthy, S., (2016). Fine particulate air pollution and systemic autoimmune rheumatic disease in two Canadian province. Environmental research, 146,85-91. อ้างในสมุดปกขาวอากาศสะอาด . เครือข่ายอากาศสะอาด ประเทศไทย  

[2] ชีวิตติดฝุ่นอันตราย , SOOK PUBLISHING

 

สามารถดาวน์โหลดสื่อ ชีวิตติดฝุ่นอันตราย เล่มนี้ได้ทีนี่ 

Related

Most View

Recommend