ADVANCESEARCH

เครื่องสลัดน้ำมัน แชมป์นวัตกรรมสร้างเสริมสุขภาพจากเยาวชน

20.03.2563
1,154
Share

HighLight

  • การประดิษฐ์เครื่องสลัดน้ำมันจากการทอดโดยใช้หลักการทำงานของ “ถังปั่นไม้ม็อบ” หรือ “เครื่องปั่นแห้ง” นำมาประยุกต์แรงเหวี่ยงจากมือหมุน โดยเฟืองทดหมุนเพียงรอบเดียว สามารถขับให้แกนหมุนเหวี่ยงสลัดน้ำมันที่อยู่ในอาหารทอดกระเด็นออกข้างถังด้านในของเครื่อง เพื่อนำน้ำมันที่เหลือไปทิ้ง
  • น้ำมันจากอาหารทอดที่ได้จากการใช้เครื่องสลัดน้ำมันจากการทอดมีปริมาณมากกว่าการนำอาหารที่ทอดเสร็จแล้วทิ้งมาวางไว้ โดยน้ำมันที่ได้จากเครื่องสลัดฯ ที่ผ่านการหมุน 10 วินาที ได้น้ำมันเฉลี่ย 7.45 กรัม เมื่อเทียบกับการรอให้น้ำมันไหลซึมออกมาเองจากอาหารจะต้องใช้เวลานานถึง 5 นาที ได้ปริมาณน้ำมันที่ค่าเฉลี่ย 5.45 กรัม หรือต่างกัน 2 กรัม

 

สตาร์ทอัพระดับท็อปในวงการธุรกิจนวัตกรรมและเทคโนโลยี ไอเดียเจ๋ง ๆ บางทีไม่จำเป็นต้องใช้เทคโนโลยีไฮเทคขั้นสูง หากแต่เกิดจากแนวคิดที่ตอบโจทย์ปัญหาด้านสุขภาพและสามารถนำมาใช้ได้จริงในชีวิตประจำวัน ดังเช่นผลงาน เครื่องสลัดน้ำมันจากการทอด โดย ทีมต้นยางสารภี วิทยาลัยเทคนิคสารภี จังหวัดเชียงใหม่  ในโครงการประกวดผลงานนวัตกรรมการสร้างเสริมสุขภาพ : THAIHEALTH INNO AWARDSครั้งที่ 2 ด้วยเป็นนวัตกรรมตอบโจทย์คนรักสุขภาพ เครื่องขนาดเล็กกระทัดรัด ราคาย่อมเยา ใช้งานง่ายสามารถมีติดไว้ประจำครัวเรือน และสามารถพัฒนาต่อยอดในเชิงพาณิชย์ได้อีกด้วย

ที่สำคัญตรงคอนเซ็ปต์สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) เพราะเป็นนวัตกรรมสุขภาพช่วยลดความเสี่ยงจากโรคที่เกิดจาก “อาหารทอด” ทำให้ทีมต้นยางสารภี คว้าแชมป์ รางวัลชนะเลิศ ระดับอาชีวศึกษาไปครอง

ต้นคิดการสร้างเครื่องสลัดน้ำมันจากอาหารทอด มาจากทีมงานเห็นเพื่อน ๆ ในวิทยาลัยเริ่มอ้วนลงพุงจากการบริโภคอาหารทอดน้ำมันเยิ้มเป็นประจำ เช่น ปาท่องโก๋ ไก่ชุบแป้งทอด ลูกชิ้นทอด กล้วยแขกทอด ฯลฯ โดยร้านอาหารส่วนใหญ่เมื่อทอดอาหารสุกแล้วก็มัก รีบนำขึ้นจากเตาโดยไม่รอให้น้ำมันสะเด็ดก่อนนำมาขายให้ลูกค้า

กลายเป็นที่มาของการรวมทีมต้นยางสารภี ประกอบด้วย นายจอมขวัญ ลุงตำ  นายเทพพิทักษ์ อินคำ โดยมี นายสุเมธ ใจกว้าง อาจารย์ที่ปรึกษาคอยสนับสนุนทฤษฎีวิศวกรรม ซึ่งน้อง ๆ นักศึกษาได้มองหาต้นแบบ โดยนำหลักการทำงานของ “ถังปั่นไม้ม็อบ” อุปกรณ์อำนวยความสะดวกในการถูพื้นที่ไม่ต้องก้ม ๆ เงย ๆ บิดผ้าให้แห้ง แต่ก็พบทั้งข้อดีข้อเสียสำหรับการนำมาประยุกต์เป็นเครื่องเครื่องสลัดน้ำมันจากการทอด

ข้อเสีย คือ วิธีกดซ้ำ ๆ ได้แรงทดรอบน้อย ข้อดี คือ ใช้หลักการเครื่องกลโดยไม่ใช้ไฟฟ้าจะช่วยประหยัดพลังงาน โดยมีลักษณะการทำงานคล้าย “เครื่องปั่นแห้ง” ของเครื่องซักผ้าที่ใช้แรงเหวี่ยงจากมอเตอร์ไฟฟ้าซึ่งระบบหมุนเหวี่ยงแบบเครื่องซักผ้าจะมีข้อดีเพราะได้แรงทดรอบสูง แต่ข้อเสีย คือ ต้นทุนสูงเพราะใช้มอเตอร์ไฟฟ้า

ภายหลังเข้าฝึกอบรมลับสมองในโครงการบ่มเพาะ “นักนวัตกรรุ่นใหม่” ทำให้ทีมต้นยางสารภีได้เรียนรู้แนวคิดแบบ Design Thinking จึงนำวิชากลับมาตั้งหลักใหม่ด้วยการนำข้อดีของแต่ละต้นแบบจากหลักการ “แรงหมุนเหวี่ยง” สลัดผ้าให้หมาดน้ำจากเครื่องปั่นแห้งมาผสมผสานกับระบบ “มือหมุน” แบบถังปั่นไม้ม็อบและในที่สุดได้นำมาสร้างเป็นเครื่องต้นแบบ หรือ  Prototype

จากนั้นน้อง ๆ เริ่มหาซื้อเครื่องมืออุปกรณ์ ประกอบด้วย หม้อสแตนเลสที่ขนาดพอเหมาะ พร้อมฝาปิดและตะแกรงใส่อาหารทอด ช่วงแรก ๆ ใช้ตะแกรงเจาะรูแต่ไม่ตอบโจทย์ เพราะสลัดน้ำมันได้น้อยและน้ำหนักมากเกินไป จึงเปลี่ยนเป็นตะแกรงตาข่ายลักษณะคล้ายตระกร้า มีน้ำหนักเบาและรีดน้ำมันได้ดีกว่า แต่ยังติดขัดเรื่อง กลไกเฟืองที่จะต้องทดแรงภายในให้เฟืองหมุนทดรอบได้จำนวนรอบสูง โดยการใช้มือหมุนไม่ใช้มอเตอร์พลังงานไฟฟ้า

ในที่สุดการออกแบบเครื่องสลัดน้ำมันจากการทอดก็เริ่มลงตัว ระบบเฟืองทดมือหมุน 1 รอบได้แรงหมุนเหวี่ยง 11 รอบ โดยเฟืองทดหมุนเพียงรอบเดียว สามารถขับให้แกนหมุนเหวี่ยงสลัดน้ำมันที่อยู่ในอาหารทอดกระเด็นออกข้างถังด้านในของเครื่องและไหลลงไปด้านล่าง ซึ่งมีท่อส่งน้ำมันลงไปยังภาชนะรองรับด้านนอก เพื่อนำน้ำมันที่เหลือไปทิ้ง 

ต้นทุนในการผลิตเครื่องต้นแบบอยูที่ 5,000 กว่าบาท ถือว่าค่อนข้างสูง เนื่องจากต้องซื้ออุปกรณ์ใหม่ทั้งหมด แต่หากผลิตในเชิงพาณิชย์ต้นทุนเฉลี่ยจะตกเครื่องละ 1,000 กว่าบาท โดยการผลิตเครื่องต้นแบบส่วนใหญ่ต้นทุนหมดไปกับค่าวัสดุอุปกรณ์ที่เป็นสแตนเลส การจ้างโรงกลึงผลิตกลไกเฟือง น็อต ด้ามจับ รวมทั้งอุปกรณ์อื่น ๆ ที่นำมาประกอบขึ้นรูปเป็นเครื่องต้นแบบ

เมื่อทุกอย่างพร้อมแล้ว อาจารย์ที่ปรึกษาจึงได้นำทีมไปทดลองเครื่องต้นแบบที่หน้าร้านปาท่องโก๋ ร้านไก่ทอด และร้านกล้วยทอดที่นักศึกษาเหล่านี้ชอบไปซื้อรับประทาน จนได้ค่าการทดสอบที่เสถียร และได้เครื่องต้นแบบที่ลงตัว

ผลการทดลองพบว่า น้ำมันจากอาหารทอดที่ได้จากการใช้เครื่องสลัดน้ำมันจากการทอดมีปริมาณมากกว่าการนำอาหารที่ทอดเสร็จแล้วทิ้งมาวางไว้ โดยน้ำมันที่ได้จากเครื่องสลัดฯ ที่ผ่านการหมุน 10 วินาที ได้น้ำมันเฉลี่ย 7.45 กรัม เมื่อเทียบกับการรอให้น้ำมันไหลซึมออกมาเองจากอาหารจะต้องใช้เวลานานถึง 5 นาที ได้ปริมาณน้ำมันที่ค่าเฉลี่ย 5.45 กรัม หรือต่างกัน 2 กรัม

ข้อสรุป คือ อาหารทอดที่ผ่านเครื่องสลัดน้ำมันจากการทอด มีน้ำมันตกค้างในอาหารน้อยกว่าการวางอาหารทิ้งไว้เพื่อรอให้น้ำมันซึมออกมาเอง   

นวัตกรรมการคิดค้นที่มีรูปธรรมจับต้องได้ ส่งผลให้นักศึกษาเริ่มตระหนักถึงอันตรายของอาหารทอดที่มีผลต่อสุขภาพ อาทิ โรคความดันโลหิตสูง เบาหวาน ไขมันในหลอดเลือด และ โรคอ้วน เป็นต้น

ผลงานของทีม ต้นยางสารภีจึงเป็นนวัตกรรมด้านสุขภาพที่ควรสนับสนุนให้กระจายการรับรู้ไปสู่สังคมในวงกว้าง หรือนำไปต่อยอดในเชิงพาณิชย์ โดยเฉพาะการนำไปติดตั้งตามโรงอาหารในสถานศึกษา เพื่อปลูกฝังแนวคิดรักสุขภาพแก่เด็กและเยาวชน และช่วยลดภาวะเสี่ยงของโรคต่าง ๆ อีกด้วย

Related

Most View

Recommend