ADVANCESEARCH

แก้ปัญหาขยะอย่างยั่งยืนเริ่มที่ต้นทาง ภารกิจท้าทายของเทศบาลนครขอนแก่น

24.12.2563
609
Share

Highlight

  • นโยบายในการกำจัดขยะมูลฝอยของเทศบาลนครขอนแก่นคือ การลด การคัดแยกขยะมูลฝอยต้นทาง รวมทั้งสร้างวินัยและสร้างจิตสำนึกให้ประชาชนและเยาวชนเข้ามามีส่วนร่วมในการลดขยะชุมชน โดยยึดหลัก 3Rs
  • เทศบาลนครขอนแก่นมีนโยบายแปรรูปขยะมูลฝอยเป็นพลังงานไฟฟ้า โดยได้จัดทำโรงไฟฟ้าใช้เทคโนโลยีแบบเผาตรงที่นำพลังงานความร้อนไปผลิตกระแสไฟฟ้า สามารถเผาขยะได้ทุกชนิดพร้อมกัน มีกำลังการผลิตไฟฟ้า 0 เมกะวัตต์ และสามารถกำจัดขยะได้ถึง 450-600 ตัน/วัน
  • ปัญหาสำคัญที่ทำให้การจัดการจัดการขยะมูลฝอยของเทศบาลนครขอนแก่นไม่มีประสิทธิภาพอย่างเต็มที่คือ การมีส่วนร่วมของประชาชน แม้จะมีความรู้ความเข้าใจ แต่ยังขาดวินัย จิตสำนึก และความตระหนักในการจัดการขยะ เพราะมองว่า เป็นหน้าที่ของเทศบาลไม่ใช่หน้าที่ของตนเอง
  • งบประมาณการจัดการขยะที่ทางเทศบาลจัดเก็บค่าธรรมเนียมนั้นยังต้องแบกรับมากกว่ากึ่งหนึ่งเพราะยังไม่เพียงพอ เนื่องจากค่าธรรมเนียมจัดเก็บยังคงที่ แต่ขยะมากขึ้น ทั้งยังมีกลุ่มประชากรแฝงที่ไม่สามารถจัดเก็บค่าธรรมเนียมได้ทั่วถึง
  • อีกหนึ่งประเด็นที่ไม่ควรละเลยคือ การพัฒนาระบบให้เกิดความร่วมมือในการจัดการขยะมูลฝอยร่วมกับแหล่งกำเนิดขยะขนาดใหญ่ในพื้นที่ เช่น ตลาดสด ห้างสรรพสินค้า มหาวิทยาลัย ศูนย์ประชุม ฯลฯ ทั้งการคัดแยกขยะ การลดปริมาณขยะในพื้นที่ การคิดค้นนวัตกรรมช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการขยะมูลฝอยชุมชน และชุมชนสามารถจัดการได้โดยไม่เป็นภาระ หรือค่าใช้จ่ายสูง

ด้วยการขยายตัวของเมือง และจำนวนประชากรที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้มีขยะมากขึ้นตามมาด้วย ทางเทศบาลนครขอนแก่น จึงแก้ปัญหาด้วยการจัดการขยะมูลฝอยจากชุมชนที่ต้นทางอย่างยั่งยืน โดยมุ่งเน้นให้ประชาชนตระหนักว่า ปัญหาขยะเป็นเรื่องของทุกคน

จากรายงานผลการศึกษาเพื่อพัฒนาแนวทางขับเคลื่อนการจัดการขยะมูลฝอยจากชุมชนที่ต้นทางอย่างยั่งยืน พื้นที่อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น ได้สะท้อนถึงสถานการณ์ขยะในเทศบาลนครขอนแก่น ซึ่งมีพื้นที่รับผิดชอบ 46 ตารางกิโลเมตร หรือ 28,750 ไร่ ที่ดินส่วนใหญ่เพื่อการอยู่อาศัย สถานที่ราชการ พื้นที่ประกอบการค้า มีบ้านเรือนราว 6 หมื่นหลังคาเรือน ประชากรกว่า 1 แสนคน ชุมชนในเขตการปกครองทั้งหมด 95 ชุมชน ซึ่งรวมถึงชุมชนพื้นที่ศึกษาคือ ชุมชนโนนหนองวัด 1 และชุมชนการเคหะเทศบาลนครขอนแก่น

ปัจจุบันเทศบาลเมืองนครขอนแก่นมีปริมาณขยะมูลฝอยทั่วไปที่ต้องนำไปกำจัดที่โรงงานไฟฟ้าขยะ เฉลี่ยประมาณ 164.12 ตัน/วัน มีปริมาณขยะพิษหรือขยะอันตรายเฉลี่ยประมาณ 10.34 กิโลกรัม/วัน มีปริมาณขยะติดเชื้อเฉลี่ยประมาณ 400-500 กิโลกรัม/วัน มีปริมาณขยะมูลฝอยที่สามารถคัดแยกเพื่อนำกลับไปใช้ประโยชน์ต่อได้เฉลี่ยประมาณ 1,511.33 กิโลกรัม/วัน แยกเป็นประเภทขยะอินทรีย์เฉลี่ยประมาณ 883.01 กิโลกรัม/วัน และขยะรีไซเคิลเฉลี่ยประมาณ 628.32 กิโลกรัม/วัน

ประเภทของขยะมูลฝอยที่มีปริมาณมากที่สุดคือ ขยะอินทรีย์ หรือเศษอาหาร คิดเป็นร้อยละ 53.8 รองลงมาคือถุงพลาสติก และเศษกระดาษ โดยประชาชนส่วนใหญ่ให้ความร่วมมือในการจัดการขยะรีไซเคิลตั้งแต่ต้นทางได้มากที่สุด เพราะสามารถสร้างรายได้ได้

นโยบายในการกำจัดขยะมูลฝอยของเทศบาลนครขอนแก่นคือ การลด การคัดแยกขยะมูลฝอยต้นทาง รวมทั้งสร้างวินัยและสร้างจิตสำนึกให้ประชาชนและเยาวชนเข้ามามีส่วนร่วมในการลดขยะชุมชน โดยยึดหลัก 3Rs คือ การใช้น้อย ใช้ซ้ำ และนำกลับไปใช้ใหม่ โดยใช้ยุทธศาสตร์ “การระเบิดจากข้างใน” ขับเคลื่อนเพื่อช่วยลดปริมาณขยะในพื้นที่ชุมชน เช่น การจัดตั้งธนาคารขยะ การจัดตั้งกองทุนฌาปนกิจขยะ การคัดแยกขยะเปียกมาทำเป็นปุ๋ยน้ำหมัก เลี้ยงสัตว์ หมักทำก๊าซชีวภาพ เป็นต้น

เทศบาลนครขอนแก่นเองมีศักยภาพการจัดการขยะมูลฝอยชุมชนค่อนข้างสูง มีที่ดินสำหรับกำจัดขยะ 1 แห่ง จำนวน 98 ไร่ ประกอบไปด้วย พื้นที่สำหรับเทกอง โรงงานกำจัดขยะติดเชื้อ (ปัจจุบันหยุดดำเนินการเพราะเครื่องเสีย) มีบ่อบำบัดน้ำเสียจากขยะ เครื่องชั่งน้ำหนักขยะ ฯลฯ

ที่สำคัญคือ เทศบาลนครขอนแก่นมีนโยบายแปรรูปขยะมูลฝอยเป็นพลังงานไฟฟ้า โดยได้จัดทำโรงไฟฟ้าใช้เทคโนโลยีแบบเผาตรงที่นำพลังงานความร้อนไปผลิตกระแสไฟฟ้า สามารถเผาขยะได้ทุกชนิดพร้อมกัน มีกำลังการผลิตไฟฟ้า 6.0 เมกะวัตต์ และสามารถกำจัดขยะได้ถึง 450-600 ตัน/วัน

และเพื่อจัดการปัญหาขยะอย่างยั่งยืนได้ตั้งเป้าหมายลดปริมาณขยะมูลฝอยก่อนส่งเข้ากำจัดที่โรงไฟฟ้าขยะ รวมถึงการปรับพฤติกรรมที่ก่อให้เกิดขยะมูลฝอยในกลุ่มชุมชน วัด โรงเรียนหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และห้างสรรพสินค้า

ที่ผ่านมา เทศบาลนครขอนแก่นรวมถึงชุมชนพื้นที่ศึกษาคือ ชุมชนโนนหนองวัด 1 และชุมชนการเคหะเทศบาลนครขอนแก่น ได้คิดโครงการเพื่อลดปริมาณขยะมูลฝอย เช่น การสร้างเครือข่ายผู้คัดแยกขยะ "ซาเล้งร่วมใจเครือข่ายร่วมมือ" เป็นการรวบรวมข้อมูลจากกลุ่มเครือข่ายผู้คัดแยกขยะ ซึ่งประกอบด้วย ร้านรับซื้อของเก่า กลุ่มกลุ่มซาเล้ง และกลุ่มพนักงานรถขยะ

นอกจากนี้ยังมีแนวคิดกระจายอำนาจการบริหารจัดการด้านสิ่งแวดล้อมให้กับภาคเอกชนหรือชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมในโครงการ “เทศบาลเล็กในเทศบาลใหญ่” มีการจ้างเหมาให้เอกชนหรือชุมชนเข้ามาช่วยขนเก็บขยะมูลฝอย และการรักษาความสะอาด ก่อให้เกิดการจ้างแรงงาน กระจายรายได้สู่ชุมชน ทำให้ชุมชนมีทักษะในการบริหารจัดการ

หรือโครงการ “ถังข้าวหมูฟื้นฟูชีวิต” ซึ่งให้ความสำคัญกับการนำขยะอินทรีย์ไปทำปุ๋ยหมักและน้ำหมักชีวภาพ รวมทั้งโครงการกองทุนบุญทวีด้วยรีไซเคิล โครงการกองทุนฌาปนกิจขยะรีไซเคิล โครงการลดการใช้ถุงพลาสติก ลดการใช้โฟม การตั้งจุดรองรับการทิ้งขยะอันตรายเพื่อให้ประชาชนมีจุดทิ้งขยะอย่างถูกวิธี เป็นต้น

โครงการต่าง ๆ เหล่านี้ช่วยสร้างกระแสการจัดการขยะมูลฝอยให้กับประชาชนและชุมชนได้ค่อนข้างดี แต่ปัญหาคือ การหยุดชะงักไม่ต่อเนื่องของโครงการ เนื่องจากขาดนโยบายส่งเสริม จึงควรมีการประชาสัมพันธ์ รณรงค์ ประสานความร่วมมือกับหน่วยงาน กลุ่มองค์กร หรือเครือข่ายอื่น ๆ เพื่อสร้างแรงจูงใจและกลไกส่งเสริมการมีส่วนร่วมของภาคประชาชน และภาคส่วนอื่น ๆ

ปัญหาสำคัญที่ทำให้การจัดการจัดการขยะมูลฝอยของเทศบาลนครขอนแก่นไม่มีประสิทธิภาพอย่างเต็มที่คือ การมีส่วนร่วมของประชาชน แม้จะมีความรู้ความเข้าใจ แต่ยังขาดวินัย จิตสำนึก และความตระหนักในการจัดการขยะ เพราะมองว่า เป็นหน้าที่ของเทศบาลไม่ใช่หน้าที่ของตนเอง ทั้งยังมีกลุ่มประชากรแฝงที่ไม่มีความรู้สึกเป็นเจ้าของชุมชนอยู่ด้วย

เพื่อรณรงค์สร้างความตระหนักและเกิดการมีส่วนร่วม ควรให้ความสำคัญในการพัฒนาระบบฐานข้อมูลด้านการจัดการขยะมูลฝอยชุมชนให้ทันต่อสถานการณ์ เพื่อนำไปใช้ประโยชน์ในการสร้างความตระหนัก รวมทั้งวางแผนการทำงานบริหารจัดการขยะมูลฝอยในพื้นที่ และการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ต่อสาธารณะให้ประชาชนทุกกลุ่มทุกวัยสามารถเข้าถึงข้อมูลข่าวสารได้อย่างทั่วถึง อาจนำข้อมูลไปพัฒนาเป็นหลักสูตรการเรียนการสอนในโรงเรียน เพื่อสร้างวินัยเรื่องการจัดการขยะมูลฝอยที่ถูกต้องตั้งแต่วัยเด็ก

อย่างไรก็ดี ชุมชนควรดึงเด็กและเยาวชนเข้ามามีส่วนร่วม เพื่อสร้างผู้นำหรือแกนนำรุ่นใหม่ โดยพยายามออกแบบโครงการและกิจกรรมให้หลากหลายสอดคล้องกับกลุ่มคน เพื่อสร้างการมีส่วนร่วมมากขึ้น โดยทำงานร่วมกับหน่วยงาน องค์กร หรือภาคีเครือข่ายต่าง ๆ เพราะปัญหาขยะไม่ใช่ภาระของเทศบาล แต่เป็นความรับผิดชอบร่วมกันของทุกภาคส่วน

สำหรับงบประมาณการจัดการขยะที่ทางเทศบาลจัดเก็บค่าธรรมเนียมนั้นยังต้องแบกรับมากกว่ากึ่งหนึ่งเพราะยังไม่เพียงพอ เนื่องจากค่าธรรมเนียมจัดเก็บยังคงที่ แต่ขยะมากขึ้น ทั้งยังมีกลุ่มประชากรแฝงที่ไม่สามารถจัดเก็บค่าธรรมเนียมได้ทั่วถึง อีกทั้งมีขยะมูลฝอยทะลักมาตามพื้นที่ชายขอบหรือรอยต่อพื้นที่ความรับผิดชอบของเทศบาล ทำให้เทศบาลต้องแบกรับภาระเก็บขน และไม่สามารถติดตามจัดเก็บค่าธรรมเนียมได้

จึงจำเป็นต้องนำรายได้จากส่วนอื่นมาใช้ในการบริหารจัดการขยะมูลฝอยในชุมชน ซึ่งส่งผลต่อการการใช้งบประมาณเพื่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน เกิดความยุ่งยากในการวางแผนบริหารจัดการ มีผลต่อความยั่งยืนในการทำกิจกรรมภายในชุมชนในอนาคต จึงมีข้อเสนอให้ใช้วิธีการคิดค่าจัดการขยะต่อหลังคาเรือนแทน

ปัญหาการจัดการขยะอีกประการเกิดจากขาดแคลนบุคลากร เนื่องจากเป็นงานหนัก ค่าตอบแทนน้อย จึงมีอัตราการเข้า-ออกสูงมาก และเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดปัญหาขยะตกค้างเป็นระยะ จึงต้องสร้างแรงจูงใจด้านค่าตอบแทนและสวัสดิการให้เหมาะสม ขณะเดียวกันควรมีการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวดและมีประสิทธิภาพ รวมถึงการออกมาตรการในการสร้างแรงจูงใจมาช่วยสนับสนุนการบริหารจัดการขยะมูลฝอยให้เกิดประสิทธิภาพ เพื่อให้เกิดความร่วมมือ โดยใช้หลักการ “ผู้ก่อมลพิษเป็นผู้จ่าย”

อีกหนึ่งประเด็นที่ไม่ควรละเลยคือ การพัฒนาระบบให้เกิดความร่วมมือในการจัดการขยะมูลฝอยร่วมกับแหล่งกำเนิดขยะขนาดใหญ่ในพื้นที่ เช่น ตลาดสด ห้างสรรพสินค้า มหาวิทยาลัย ศูนย์ประชุม ฯลฯ ทั้งการคัดแยกขยะ การลดปริมาณขยะในพื้นที่ การคิดค้นนวัตกรรมช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการขยะมูลฝอยชุมชน และชุมชนสามารถจัดการได้โดยไม่เป็นภาระ หรือค่าใช้จ่ายสูง เพื่อให้การจัดการขยะในเทศบาลนครขอนแก่นมีความยั่งยืนในอนาคต

อ้างอิง : รายงานผลการศึกษาเพื่อพัฒนาแนวทางขับเคลื่อน การจัดการขยะมูลฝอยจากชุมชนที่

          ต้นทางอย่างยั่งยืน พื้นที่อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น

Related

Most View

Recommend