ADVANCESEARCH

‘บ้าน - พลัง - ใจ’ เติมกำลังใจใส่พลังบวก ช่วยคนไทยฝ่าทุกมรสุม

01.04.2564
94
Share

Highlight

  • สาเหตุความเครียดหลัก ๆ จากสถานการณ์แพร่ระบาดไวรัสโควิด – 19 ตั้งแต่ปี 2563 ต่อเนื่องระลอกสองข้ามมาปี 2564 มาจากการขาดรายได้ เนื่องจากถูกออกจากงานบ้าง ไม่สามารถประกอบอาชีพได้ตามปรกติบ้าง
  • กลุ่มเป้าหมายส่วนใหญ่ที่ inbox มาในเพจ “บ้าน-พลัง-ใจ” Baanpalangjai เป็นวัยรุ่นและวัยทำงาน (25 – 40 ปี) และส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง เนื่องจากมีความเปราะบางทางอารมณ์
  • ตัวอย่างเคสขอรับคำปรึกษาจากบ้าน-พลัง-ใจ เปิดใจเล่าประสบการณ์ความเครียด จบมากลัวไม่มีงานทำ พร้อมแนะวิธีรอดพ้นมรสุมทางใจ
  • ปี 2562 มีคนไทยฆ่าตัวตายสำเร็จ 4,418 คน แบ่งเป็น เพศชาย 3,619 คน คิดเป็นร้อยละ 82 และเพศหญิง 799 คน คิดเป็นร้อยละ 18 ในจำนวนนี้ผู้ชายมากกว่าผู้หญิงประมาณ 4.5 เท่า

 

ช่วงจังหวะชีวิตที่ต้องเผชิญวิกฤตไม่ว่าเรื่องการงานที่มีอุปสรรค การเงินติดขัด หรือการสูญเสียคนอันเป็นที่รัก ในเวลานั้นทุกคนล้วนต้องการ “กำลังใจ” และมองหา “คนรับฟัง” ปัญหาด้วยความตั้งใจ เพื่อก้าวผ่านพ้นวิกฤตนั้น ๆ ไปให้ได้ เพราะหากขาดกำลังใจหรือไม่มีแม้คนคอยรับฟังเสียแล้วก็ดูเหมือนหนทางจะมืดมนและไร้ทางออก

แน่นอน ใครตกอยู่ในสภาพเช่นนั้นย่อมเกิดความเครียด รู้สึกกดดันและโดดเดี่ยว จากอาการเครียดไม่มากก็น้อย หรืออาจจะค่อย ๆ สะสมและก่อตัวเป็นปมขนาดใหญ่ หากไม่ได้ระบายออก หรือไม่ได้รับการเติมเต็มพลังใจ บางรายกลายเป็นโรคซึมเศร้า และท้ายที่สุดอาจนำไปสู่การฆ่าตัวตาย

อย่างไรก็ตาม ในช่วงสถานการณ์แพร่ระบาดโควิด – 19 ในปี 2563 ต่อเนื่องระลอกใหม่ข้ามมาปี 2564 ประชาชนจำนวนมากตกอยู่ในภาวะเครียด โดยเฉพาะจากสาเหตุการขาดรายได้ เนื่องจากถูกออกจากงานบ้าง ไม่สามารถประกอบอาชีพได้ตามปรกติบ้าง ฯลฯ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) จึงผุดโครงการพัฒนาสื่อสังคมออนไลน์ ในการดูแลและสร้างเสริมสุขภาพจิตเพื่อตอบสนอง COVID-19 โดยร่วมกับกรมสุขภาพจิต สถาบันสุขภาพจิตเด็กและวัยรุ่นราชนรินทร์ และภาคีเครือข่าย โดยมี กรทิพย์ วิทยากาญจน์ หรือ คุณก้ามปู เป็นหัวหน้าโครงการฯ ในฐานะนักจิตวิทยาคลินิกชำนาญการ สถาบันสุขภาพจิตเด็กและวัยรุ่นราชนครินทร์ โดยได้ร่วมกับ “ไทยพีบีเอส” ผลิตรายการ “บ้าน - พลัง - ใจ” เพื่อเป็นศูนย์รวมสาระความรู้ที่จะช่วยสร้างพลังบวกและความสุขใจ โดยยกตัวอย่างเคสที่สามารถฝ่าฟันมรสุมชีวิตด้วยกำลังใจรอบ ๆ ตัว พร้อมเสริมทัพด้วยผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจิตที่มาร่วมให้ความรู้

ขณะเดียวกันยังได้สร้างแฟนเพจ “บ้าน-พลัง-ใจ” www.facebook.com/Baanpalangjai/ แหล่งรวมพลังบวกต่อใจ มีผู้เชี่ยวชาญคอยตอบคำถามและให้คำปรึกษา ผ่าน inbox คลายทุกข์ให้กับทุกคนที่ต้องการเพื่อนคุยท่ามกลางวิกฤตการณ์ที่ยังไม่ยุติ

“กรทิพย์” เล่าว่า เพจบ้าน-พลัง-ใจ ถือเป็นจุดคัดกรองเบื้องต้นแก่ประชาชนที่เข้ามาใช้บริการ เสมือนเป็นที่พึ่งทางใจ รวมถึงยังช่วยประเมินให้แต่ละคนทราบระดับความเครียดของตัวเองว่าอยู่จุดไหน เครียดธรรมดา หรือเริ่มมีปัญหาสุขภาพจิตแล้วใช่หรือไม่ โดยมี สสส.ในฐานะหัวหอกระดมทีมสหวิชาชีพด้านสุขภาพจิตมาเป็นที่ปรึกษาให้ความรู้ประชาชนได้คลายกังวลกับวิกฤตโควิด – 19 ซึ่งเป็นช่องทางที่พร้อมรับฟังทุกเรื่องราว

ในช่วงการระบาดระลอกแรกสถานการณ์ยังคุกรุ่นใหม่ ๆ “กรทิพย์” บอกว่า มีคนติดต่อเข้ามาไม่ขาดสาย กระแสตอบรับรายการ “บ้าน - พลัง - ใจ” ทางไทยพีบีเอสก็ดีมาก ๆ ทุกกรณีที่เข้ามาปรึกษาพบว่ามีความเครียดและกังวลกับสถานการณ์เศรษฐกิจ ครอบครัว เช่น กลัวครอบครัวลำบาก สมาชิกในครอบครัวอาจต้องตกงาน หรือแม้แต่ทำงานอยู่กับบ้านก็รู้สึกเครียดกับภาวะต้องอยู่บ้านเฉย ๆ โดยไม่ได้ทำอะไรจนคิดฟุ้งซ่าน เพราะไม่เคยเจอเหตุการณ์ลักษณะนี้มาก่อน

ส่วนกลุ่มเป้าหมายที่ inbox เข้ามาในเพจบ้าน-พลัง-ใจ โดยมากเป็นวัยรุ่นและวัยทำงาน อายุระหว่าง 25 – 40 ปี และมักเป็นเพศหญิง เนื่องจากมีความเปราะบางทางอารมณ์ มาพร้อมกับความรู้สึกว่าตนเองมีภาระที่ต้องแบกรับดูแลทั้งสามีและลูก จึงต้องการหาช่องทางระบาย ทำให้เพจได้รับความนิยมสูง ผู้ที่ติดต่อเข้ามาจะได้ประเมินตัวเองว่ามีความเครียดในระดับไหน ถึงขั้นเป็นโรคซึมเศร้าหรือไม่ หรือบางรายอาจต้องการเพียงแค่หาคนรับฟังปัญหา แต่ก็มีบางส่วนที่มีความเข้มข้นของอาการสูง จำเป็นต้องส่งต่อไปยังสายด่วนสุขภาพจิต 1323 กรมสุขภาพจิต

ภารกิจหลักของทีมงานบ้านพลังใจ คือ การเติมกำลังใจและเปิดรับฟังทุกปัญหาอย่างเข้าใจ ไม่ว่าปัญหานั้นจะเล็ก หรือใหญ่ แม้แต่ปัญหาครอบครัว สามีภรรยาทะเลาะเบาะแว้งกันเนื่องจากสามีไปมีภรรยาน้อยก็ยังต้องรับฟังและให้คำชี้แนะ เพราะสาเหตุการฆ่าตัวตายไม่ใช่เพราะบุคคล ๆ นั้นไร้ความสามารถในการแก้ปัญหา แต่มาจากความรู้สึกโดดเดี่ยว ความรู้สึกที่ต้องเผชิญปัญหาโดยลำพัง เพราะฉะนั้นปัญหาไม่ได้ทำให้คนฆ่าตัวตาย แต่ความรู้สึก “โดดเดี่ยว” ที่ต้องต่อสู้กับปัญหาเพียงลำพังต่างหากที่ทำให้คนคิดสั้นกระทั่งปลิดชีวิตตัวเอง

สถิติผู้ชายฆ่าตัวตายมากว่าผู้หญิง

จากข้อมูลสถิติ พบว่า ภาพรวมอัตราการฆ่าตัวตายของทั้งประเทศอยู่ที่ 6.64 ต่อประชากร 1 แสนคน โดยในปี 2562 มีคนไทยฆ่าตัวตายสำเร็จ 4,418 คน แบ่งเป็น เพศชาย 3,619 คน คิดเป็นร้อยละ 82 และเพศหญิง 799 คน คิดเป็นร้อยละ 18 ในจำนวนนี้ผู้ชายมากกว่าผู้หญิงประมาณ 4.5 เท่า นั่นแสดงว่า หากผู้หญิงเผชิญความเครียดจะไม่อยู่โดดเดี่ยวตัวคนเดียวหรือคิดแก้ปัญหาเพียงลำพัง ต่างจากผู้ชายที่มักเก็บปัญหาไว้คนเดียวและในที่สุดเลือกหนีปัญหาด้วยการฆ่าตัวตาย

 

มีตัวอย่างการฝ่าข้ามความวิตกทางจิตจากสถานการณ์โควิด – 19 มาได้ด้วยความช่วยเหลือของโครงการฯ “บ้าน - พลัง - ใจ” นั่นคือ สุทัศน์ แพ่งสูงเนิน หรือ น้องแสตมป์ อดีตนักศึกษาคณะนิเทศศาสตร์ ชั้นปี 4 มหาวิทยาลัยวงษ์ชวลิตกุล จังหวัดนครราชสีมา น้องนักศึกษารายนี้ตกอยู่ในสภาวะเครียดอย่างหนัก เพราะโควิด – 19 เข้ามาดับฝันการหารายได้เสริมระหว่างเรียนจากการเป็นช่างภาพอิสระ เพื่อส่งตัวเองเรียน แต่โควิดทำให้ขาดรายได้ลงทันที เพราะไม่มีการจัดงานอีเวนต์ทุกรูปแบบไม่ว่า งานแต่งงาน งานบวช หรืองานรื่นเริงต่าง ๆ น้องแสตมป์จึงจำต้องทนอุดอู้อยู่แต่ในห้องพักนานนับเดือน

น้องสแตมป์เลือกโทรปรึกษาผ่านรายการ  “บ้าน - พลัง – ใจ”  เพื่อขอคำแนะนำเกี่ยวกับวิธีคลายเครียด ซึ่งผู้เชี่ยวชาญได้แนะนำ ดังนี้ 1.หากิจกรรมทำอย่าปล่อยให้ตัวเองอยู่ว่าง เพราะอาจเกิดความคิดฟุ้งซ่าน และ 2.ในช่วงเวลาวิกฤตหรือเครียดควรอยู่กับครอบครัวเพื่อเติมเต็มกำลังใจและพลังบวก จากคำแนะนำครั้งนั้นทำให้น้องแสตมป์ตัดสินใจกลับบ้านไปช่วยธุรกิจขายผักของครอบครัว โดยรับหน้าที่ “ชั่งผัก” ใส่ตระกร้าและขายที่ตลาดไท จังหวัดปทุมธานี ซึ่งงานขายผักช่วยให้น้องสแตมป์ไม่คิดฟุ้งซ่าน และยังได้ใช้เวลาอยู่พร้อมหน้าพร้อมตากับครอบครัว ซึ่งเป็นกำลังใจได้เป็นอย่างดีจากภาวะเครียดที่เผชิญมาก่อนหน้านั้น

เมื่อโควิด – 19 ระบาดระลอกใหม่ น้องแสตมป์ที่แม้จะเริ่มปรับตัวได้แล้ว แต่รอบนี้กลับมีอาการเครียดหนักกว่าเดิม เพราะเป็นช่วงเวลาที่เพิ่งเรียนจบใหม่ ๆ กำลังจะมีงานประจำทำ แต่สถานการณ์ระบาดรอบใหม่ทำให้น้องต้องเตะฝุ่น แม้ตั้งใจจะเป็นช่างภาพอิสระและรับงานตัดต่อคลิปวีดีโอบ้างเป็นครั้งคราว แต่รายได้ก็ไม่พอใช้จ่าย เนื่องจากมาตรการเว้นระยะห่างทางสังคมจึงไม่มีการจัดกิจกรรม ช่างภาพจึงไม่มีงานมากพอ แต่ก็ถือว่ายังโชคดีที่มีธุรกิจครอบครัวคอยค้ำจุนให้สามารถประคองความอยู่รอดได้

แม้ในภาพรวม "วัยรุ่น" จะมีสัดส่วนผู้ป่วยโรคซึมเศร้าน้อยกว่าในกลุ่มวัยทำงานและผู้สูงวัย แต่แนวโน้มการฆ่าตัวตายของกลุ่มนี้ก็เพิ่มสูงขึ้น ข้อมูลในปี 2560 พบว่า กลุ่มเยาวชนอายุ 20-24 ปี มีอัตราการฆ่าตัวตายที่ 4.94 ต่อประชากรแสนคน ในปี 2561 เพิ่มขึ้นเป็น 5.33 ต่อประชากรแสนคน ซึ่งตัวเลขดังกล่าวถือเป็นปัญหาที่ต้องให้ความสำคัญและต้องเร่งแก้ไข เนื่องจากวัยรุ่นเป็นทรัพยากรที่มีค่าต่อการพัฒนาประเทศในอนาคต ดังนั้น “บ้าน - พลัง - ใจ” จึงถือเป็นหนึ่งในตัวช่วยสำหรับการลดความเครียด หรือโรคซึมเศร้าในกลุ่มวัยรุ่นได้เป็นอย่างดี

เยาวชนโทรปรึกษาปัญหาความเครียดมากที่สุด

สอดคล้องกับการให้บริการสายด่วนสุขภาพจิต 1323 ที่พบว่า กลุ่มเยาวชนโทรเข้ามาปรึกษาปัญหาสุขภาพจิตมากขึ้น โดยปี 2561 โทรเข้ามา 7 หมื่นกว่าสาย เป็นกลุ่มเยาวชนอายุ 20-25 ปี คิดเป็น 20% รองลงมา กลุ่มเด็กอายุ 11-19 ปี  คิดเป็น 14% และไม่น่าเชื่อว่า 5 อันดับปัญหาใหญ่ในใจวัยรุ่นอันดับ 1 คือปัญหาความเครียดหรือวิตกกังวล 2. ปัญหาทางจิตเวช 3. ปัญหาความรัก 4. ปัญหาซึมเศร้า และ 5. ปัญหาครอบครัว ซึ่งเป็นต้นเหตุที่คิดสั้นและอยาก “ฆ่าตัวตาย”

 

ข้อมูลองค์การอนามัยโลก (WHO) ตอกย้ำว่า โรคเครียด และโรคซึมเศร้าท่ามกลางสถานการณ์โควิด – 19 จะเป็นปัญหาสาธารณสุขอันดับ 2 รองจากโรคหัวใจขาดเลือด ซึ่งเมื่อมองมายังประเทศไทย พบว่า อัตราการ ฆ่าตัวตายและผู้ป่วยโรคซึมเศร้า มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นทุกปี สะท้อนให้เห็นว่า ปัญหาสุขภาวะทางจิตเกี่ยวข้องกับทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาชน ซึ่งควรให้ความสำคัญและช่วยกันแก้ไขปัญหา ตลอดจนกำหนดมาตรการป้องกันให้มีความต่อเนื่อง เพราะจากสถานการณ์โควิด – 19 ทำให้ทุกคนทราบแล้วว่าโรคระบาดที่มาจากไวรัสนั้นไม่อาจหายไปง่าย ๆ จึงต้องช่วยกันทำให้สุขภาพจิตและสุขภาพกายของคนไทยแข็งแรง สามารถอยู่สู้กับโรคภัยและผ่านพ้นสถานการณ์วิกฤตไปได้อย่างเข้มแข็ง

 

Related

Most View

Recommend