ADVANCESEARCH

“Telemedicine” พลิกวิกฤตโควิด – 19 สู่บริการทางการแพทย์รูปแบบใหม่

01.04.2564
156
Share

Highlight

  • บริการทางการแพทย์ที่นำเทคโนโลยีมาปรับใช้เป็นบริการระบบสุขภาพวิถีใหม่ ที่เรียกว่า Telemedicine สามารถช่วยเว้นระยะห่างทางสังคมในการรักษาผู้ป่วยโควิด – 19
  • การรักษาด้วยวิธีโทรเวชกรรมสามารถพูดคุยแบบ Real Time ผ่านระบบ VDO Conference สามารถช่วยคัดกรองผู้ป่วยได้ในเบื้องต้น
  • ใช้แอปพลิเคชัน Clicknic ให้คำปรึกษาด้านสังคมแก่ผู้ที่หายป่วยจากโควิด-19 ผ่านระบบวิดีโอคอล

กว่าจะถึงวันที่เราไม่จำเป็นต้องสวมหน้ากากอนามัยออกจากบ้าน สามารถเขยิบระยะห่างเข้าหากันได้ใกล้ขึ้น และกระทั่งสามารถใช้ชีวิตได้ตามปรกติอย่างที่เคยเป็น วันนั้นโควิด-19 คงจะกลายพันธุ์ไปอีกมาก และอาจจะเปลี่ยนโลก สังคม และผู้คนไปจากเดิมในอีกหลายมิติ

ในวิกฤตของสถานการณ์โควิด-19 จึงเป็นโอกาสที่ระบบบริการสุขภาพของไทยควรจะได้รับการปรับปรุงพัฒนาให้มีมาตรฐานที่ดีมากยิ่งขึ้น สอดคล้องกับสถานการณ์โลกที่เปลี่ยนแปลงไปเพราะโรคอุบัติใหม่ โดยใช้ช่วงจังหวะที่คนไทยหันมาใส่ใจเรื่องสุขภาพกันมากขึ้นเป็นแรงหนุน นำบริการทางการแพทย์ในรูปแบบใหม่ ๆ มาใช้ในการรักษา หนึ่งในนั้นคือการยกระดับบริการทางการแพทย์ด้วยการนำเทคโนโลยีมาปรับใช้ เกิดเป็นบริการระบบสุขภาพวิถีใหม่ ที่เรียกว่า Telemedicine (โทรเวชกรรม) หรือระบบแพทย์ทางไกล

โทรเวชกรรมคือการนำเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารมาใช้ในการดูแลสุขภาพ โดยที่สามารถลดอุปสรรคด้านระยะทาง ลดการเดินทาง ลดค่าใช้จ่าย ลดระยะเวลาการนอนพักรักษาในโรงพยาบาล โดยที่ผู้ป่วยที่อยู่ห่างไกลไม่จําเป็นต้องเข้ารับการตรวจรักษา แต่สามารถรับคำปรึกษา ตรวจวินิจฉัย และรักษาจากแพทย์อย่างรวดเร็วทันเวลา อีกทั้งสามารถติดตามการรักษาผู้ป่วยโรคเรื้อรังได้ตลอดเวลาและต่อเนื่อง

การรักษาด้วยวิธีนี้จะมีการพูดคุยแบบ Real-time (เสมือนจริง) สื่อสารผ่านระบบ VDO conference (การส่งสัญญาณภาพเคลื่อนไหวพร้อมเสียง) ซึ่งคู่สนทนาสามารถมองเห็นหน้าและสนทนากันได้ทั้ง 2 ฝ่าย ช่วยลดข้อจำกัดเรื่องเวลา สถานที่ และช่วงในการแพร่ระบาดของโควิด – 19 ยังสามารถรักษาระยะห่างทางสังคมได้ด้วย ซึ่งจะช่วยคัดกรองผู้ป่วยในเบื้องต้น ช่วยประหยัดเวลา และลดความแออัดของโรงพยาบาลลงได้

 

 

Clicknic แอปติดตามดูแลผู้เคยป่วย

นอกจากการคัดกรองผู้ป่วยโควิด – 19 ด้วยระบบโทรเวชกรรมแล้ว กลุ่มผู้ป่วยที่รักษาหายแล้วก็ยังต้องได้รับการดูแลและติดตามผลหลังออกจากโรงพยาบาล ซึ่งทางสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ได้ร่วมกับคณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ สภาวิชาชีพสังคมสงเคราะห์ สถาบันป้องกันควบคุมโรคเขตเมือง (สปคม.) กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) และคลินิกเทเลเมดิซีน พัฒนาแอปพลิเคชัน Clicknic ขึ้นมาเพื่อวิดีโอคอล (VDO Call) ให้คำปรึกษาทางด้านสังคมกับคนกลุ่มนี้ เนื่องจากพบว่า ผู้ที่หายป่วยจากโควิด-19 มักมีความเครียดความกังวล นับถือตัวเองน้อยลง ซึ่งนักสังคมสงเคราะห์จิตอาสาจะเข้ามาทำหน้าที่เสริมพลัง สร้างความภาคภูมิใจในการใช้ชีวิตร่วมกับผู้อื่น

แต่ก่อนที่นักสังคมสงเคราะห์จิตอาสาจะเข้าสู่ระบบเทเลเมดิซีนจะต้องได้รับการอบรมพัฒนาทักษะ ซึ่งในเรื่องนี้สำนักสนับสนุนการพัฒนาระบบสุขภาพ สสส. ได้พัฒนาหลักสูตรการอบรมระยะสั้นเพื่อฝึกทักษะการให้คำปรึกษาแบบออนไลน์แก่นักสังคมสงเคราะห์ประจำโรงพยาบาลและเครือข่ายนักสังคมสงเคราะห์ รวมทั้งอาสาสมัครที่จะทำงานร่วมกันเพื่อให้ความช่วยเหลือด้านต่าง ๆ แก่ผู้ป่วยอย่างเหมาะสม

 

โควิด - 19 กับก้าวกระโดดของเทเลเมดิซีน

เทเลเมดิซีนหรือโทรเวชกรรม เริ่มต้นในสหรัฐอเมริกาตั้งแต่ทศวรรษ 1960 ก่อนจะพัฒนาอย่างมากในช่วงสิบปีหลัง ด้วยสถานการณ์การระบาดของโควิด-19 ยิ่งทำให้เทเลเมดิซีนและเทเลเฮลธ์เติบโตอย่างก้าวกระโดดในระยะเวลาสั้น ๆ นำมาสู่ยุคใหม่ของการแพทย์

ตามข้อมูลของ บลู ครอสส์ บลู ชิลด์ ออฟ แมสซาชูเซตส์ บริษัทประกันสุขภาพเอกชนที่ไม่แสวงหาผลกำไรของสหรัฐอเมริกา ระบุว่า ก่อนการแพร่ระบาดของโควิด-19 มีการเรียกร้องสินไหมประกันสุขภาพที่เกี่ยวกับเทเลเมดิซีนและเทเลเฮลธ์ราว 200 ครั้งต่อวัน ต่อมาในช่วงเดือนเมษายนถึงพฤษภาคม 2563 ตัวเลขสูงขึ้นถึง 40,000 ครั้งต่อวัน ก่อนจะลดลงมาอยู่ที่ประมาณ 30,000 ครั้งต่อวัน ที่น่าสังเกตคือ การเข้ารับการตรวจสุขภาพทางไกลในสหรัฐเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ และส่วนใหญ่เป็นการนัดหมายปรึกษาด้านสุขภาพจิต (1)

สอดคล้องกับรายงานปี 2563 ของบริษัทวิจัย แกรนด์ วิว รีเสิร์ช ที่ระบุว่า ตลาดเทเลเมดิซีนกำลังเติบโตอย่างมาก โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนสำคัญคือ การเพิ่มขึ้นของภาวะเรื้อรังและความต้องการดูแลตนเอง ทั้งยังช่วยประหยัดค่าใช้จ่าย ซึ่งตลาดเทเลเมดิซีนทั่วโลกในปี 2563 มีมูลค่าราว 55,900 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และคาดว่าในช่วงปี 2564 – 2571 จะขยายตัวในอัตราการเติบโตต่อปีที่ 22.4% ตามการเพิ่มขึ้นของความต้องการของผู้บริโภค การยอมรับของผู้ป่วย และคุณภาพการดูแล (2)

นอกจากนี้ที่ผ่านมาทั้งในระดับมลรัฐและรัฐบาลกลางสหรัฐได้มีการแก้ไขกฎหมายเพื่ออำนวยความสะดวกในการใช้เทเลเมดิซีนเพื่อรับมือกับการแพร่ระบาดของโควิด-19 มากยิ่งขึ้นด้วย

สำหรับประเทศไทย นับตั้งแต่โควิด-19 ระบาดเมื่อต้นปี 2563 สถานพยาบาลต่าง ๆ ได้นำบริการเทเลเมดิซีนและเทเลเฮลธ์มาใช้เพิ่มมากขึ้น โดยมีการนำร่องในโรงพยาบาลสังกัดกรมการแพทย์ ทั้งยังมีแผนที่จะขยายการบริการไปยังทุกสถานพยาบาลในสังกัดกระทรวงสาธารณสุขในอนาคต และตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม 2563 ที่ผ่านมา ทางสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ได้นำร่องจ่ายค่าบริการเทเลเมดิซีนและเทเลเฮลธ์ระยะแรก เพื่อลดระยะห่างทางกายภาพและลดความแออัดในโรงพยาบาล โดยเน้นกลุ่มผู้ป่วยโรคเรื้อรังในรายที่มีอาการคงที่ สามารถควบคุมโรคได้ดี ขณะเดียวกันภาคเอกชนก็ได้ใช้เทเลเมดิซีนเพิ่มมากขึ้นด้วยเช่นกัน

ขั้นตอนการรับบริการเทเลเมดิซีนนั้นทางแพทย์จะเป็นผู้ประเมินความพร้อมของผู้ป่วยก่อนจะชี้แจงข้อตกลง รวมทั้งวิธีการตรวจทางไกลและนัดหมายผู้ป่วย ซึ่งต้องดาวน์โหลดแอปพลิเคชันตามที่โรงพยาบาลกำหนดไว้ในเครื่องสมาร์ทโฟนหรืออุปกรณ์อื่น ๆ ที่รองรับและเชื่อมต่อวิดีโอคอลกับแพทย์เพื่อรับการตรวจวินิจฉัย นอกจากนี้ยังมีระบบการจัดส่งยาทางไปรษณีย์หรือสามารถรับที่ร้านยาใกล้บ้านโดยไม่เสียค่าบริการ พร้อมพูดคุยรับคำปรึกษาเรื่องยากับเภสัชกรได้

 

 

จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่ส่งผลสะเทือนต่อโลก สังคม และผู้คนในหลากหลายมิติ กล่าวได้ว่าบริการต่าง ๆ จะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป จากที่เคยพบปะหน้าตากันได้กลับต้องมาสื่อสารผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต บ้านถูกเปลี่ยนให้เป็นสำนักงาน การประชุมต้องดำเนินผ่านจอคอมพิวเตอร์ สั่งซื้อสินค้าออนไลน์ ใช้บริการอาหารเดลิเวอรี่ รวมทั้งการเข้ามาของเทรนด์การเลือกรับบริการสุขภาพทางไกล

เทเลเมดิซีนจึงเป็นโอกาสสำหรับบริการทางการแพทย์ยุคใหม่ ซึ่งสามารถช่วยเสริมประสิทธิภาพและยกระดับมาตรฐานระบบบริการสุขภาพ ถึงแม้จะไม่สามารถทดแทนบริการทางการแพทย์แบบเดิมได้ และยังไม่สามารถใช้กับทุกโรคทุกอาการได้ แต่ก็เป็นอีกทางเลือกที่ดีในการลดความเสี่ยงจากการเข้ารับการตรวจรักษาที่โรงพยาบาล โดยเฉพาะในวันที่ทุกคนยังต้องสวมหน้ากากอนามัยออกจากบ้านและระยะห่างทางสังคมยังคงเป็นสิ่งจำเป็น

ที่มา :

  • https://www.usatoday.com/story/news/health/2021/03/21/telehealth-trends-covid-19-mental-health-primary-care-coronavirus/4699979001/
  • https://www.grandviewresearch.com/industry-analysis/telemedicine-industry?utm_source=prnewswire&utm_medium=referral&utm_campaign=hc_09-mar-21&utm_term=telemedicine-industry&utm_content=rd1

 

Related

Most View

Recommend