ADVANCESEARCH

Food waste ขยะอาหารทานเหลือ ชนวนใหญ่ทำให้โลกร้อน

24.11.2564
115
Share

ประเด็นที่ทั่วโลกต่างก็ให้ความสนใจเป็นอย่างมาก รวมถึงประเทศไทยเองด้วย คงหนีไม่พ้นเรื่องของ “ขยะอาหาร หรือ Food Waste” ขยะที่มีปริมาณทั่วโลกมากถึง 2.5 พันล้านตันต่อปี และในประเทศไทยเองที่สร้างขยะเฉลี่ยปีละ 27 – 28 ล้านตัน แต่กว่าครึ่งของขยะทั้งหมด คือ “ขยะอาหาร” และการที่ขยะอาหารมีปริมาณที่มากขนาดนี้ก็ส่งผลกระทบต่อทั้งสภาพแวดล้อม ไม่ว่าจะเป็นต้นไม้ สัตว์ รวมไปถึงมนุษย์เช่นกัน

เส้นทางของขยะอาหาร

ขยะอาหาร หรือ Food Waste ขยะที่มีปัญหาอย่างมาก ไม่ว่าจะปัญหาในการจัดการที่ต้องใช้วิธีการที่ต่างออกไปจากขยะรูปแบบอื่น ๆ เป็นขยะที่มาจากหลายแหล่งตั้งแต่ระดับบุคคล ครัวเรือน ร้านอาหาร จนถึงระดับอุตสาหกรรมอาหารขนาดใหญ่

  • ระดับบุคคล เป็นระดับที่เล็กที่สุด ในกระบวนการก่อให้เกิดขยะอาหาร ส่วนใหญ่เกิดจากการที่เรารับประทานอาหารไม่หมดในแต่ละมื้อ และนำไปเททิ้งลงถังขยะ หรือตามจุดบริการที่สถานที่นั้น ๆ กำหนดไว้
  • ระดับครัวเรือน ขยะอาหารจากครัวเรือนเป็นอีกระดับที่ใหญ่ขึ้นมาจากบุคคล ขยะอาหารจากครัวเรือนนั้นส่วนใหญ่มักเป็นเศษอาหารที่เกิดจากการทาน จากการทำกับข้าวเพื่อบริโภคในแต่ละวัน
  • ระดับของร้านอาหาร เป็นระดับที่มีขนาดเล็กลงมาจากระดับอุตสาหกรรม ซึ่งเน้นในการประกอบอาหารสำหรับจำหน่าย ให้บริการแก่ผู้บริโภค เป็นจุดที่มีการรองรับขยะอาหารจากทั้งเหลือบริโภค และการผลิตของทางร้านเอง
  • ระดับอุตสาหกรรมด้านอาหารขนาดใหญ่ ที่มีเป็นลักษณะโรงงานที่ต้องผลิตในอาหารออกมาเพื่อจำหน่ายในหลาย ๆ แหล่ง ต่างก็ใช้วัตถุดิบที่เยอะ และหลากหลาย ทำให้ขยะอาหารที่มาจากโรงงานนั้นมีปริมาณที่ค่อนข้างเยอะกว่าหลาย ๆ ระดับก่อนหน้านี้

หลังจากรู้ที่มาของขยะอาหารแล้วนั้น การจัดการขยะอาหารนั้นเป็นสิ่งที่ทำได้ยากมาก เพราะไม่สามารถจะเผาไหม้ได้เหมือนขยะประเภทอื่น ๆ ไม่สามารถนำไปรีไซเคิลได้เหมือนขยะพลาสติก ทำให้ขยะอาหารที่มีอยู่มากนั้น ไม่สามารถกำจัดได้อย่างถูกวิธี จนหลาย ๆ ครั้งก็ต้องขนไปทิ้งบางพื้นที่ พอนานวันเข้าก็ทำให้เกิดการสะสม ส่งกลิ่นเหม็น และส่งก๊าซพิษที่เกิดจากการเน่าเสียจนสิ่งแวดล้อมได้รับผลกระทบเช่นกัน

ขยะอาหาร ทำไมกลายเป็นต้นเหตุของ “ภาวะโลกร้อน”

อย่างที่ได้กล่าวไปข้างต้นว่าถ้าหากเกิดการสะสมของขยะอาหารในปริมาณที่เยอะ และเกิดการเน่าเสียในเวลาต่อมา สิ่งที่ได้จากกระบวนการเน่าเสียนั้นก็คือ “ก๊าซเรือนกระจก” ก๊าซที่เกิดจากการสะสมของเสียประเภทสารอินทรีย์ และทำให้เกิดเป็นก๊าซมีเทนในลำดับถัดมา ซึ่งก๊าซเรือนกระจกนี่เอง ที่เป็นต้นเหตุให้เกิด “ภาวะโลกร้อน” มากกว่าก๊าซคาร์บอนไดออกไซต์ถึง 25 เท่า

แล้วจะลดขยะอาหารได้อย่างไรบ้าง ?

  • ระดับบุคคล และครัวเรือน

ระดับของบุคคล และครัวเรือน คือระดับที่เราสามารถเริ่มต้นการจัดการขยะอาหารได้แบบง่าย ๆ เพราะเป็นหน่วยขนาดเล็กที่สามารถควบคุมในเรื่องของขยะอาหารได้ตั้งแต่ขั้นตอนการผลิต ไม่ว่าจะเป็นการวางแผนจ่ายตลาด สำหรับวัตถุดิบทำอาหารให้พอดี การจัดเก็บอาหารให้ถูกวิธี การทำอาหารให้พอดีจะได้ไม่เหลือทิ้ง รวมไปถึงการแปรรูปอาหารให้กลายเป็นเมนูใหม่

อย่างเช่นการแปรรูปผักที่เหลือ อาหารที่เหลือเป็น “แกงโฮะ” อาหารพื้นบ้านของภาคเหนือที่นับได้ว่าเป็นการจัดการเศษอาหารที่เหลือได้อย่างดี เพราะแต่เดิม “แกงโฮะ” เองเป็นแกงที่นำอาหารที่เหลือในตู้มา เทรวมกันเติมผัก หรือเครื่องเคียงอื่น ๆ ที่ชอบ เป็นที่มาของคำว่า “โฮะ” ในภาษาเหนือที่แปลว่าเอามารวมกัน

หรือใครที่ชื่นชอบผัก เมนูที่เน้นไฟเบอร์แบบเยอะ ๆ ก็ต้องเมนูนี้เลย “ต้มจับฉ่าย” เมนูที่เน้นการนำเอาผักที่มีเหลืออยู่ในครัวมาทำเป็นเมนูอาหารใหม่ เติมโปรตีนที่ชอบลงไป เคี่ยวผักจนสุกนิ่มได้ที่ก็ลองชิมรส และปรุงได้ตามใจชอบเลย เมนูนี้นอกจจะอร่อย ได้สารอาหารที่เป็นประโยชน์ต่อสุขภาพ ยังได้ช่วยลดขยะอาหารในครัวเรือนได้ด้วย

นอกจากอาหารคาวแล้วเรายังสามารถนำผลไม้มาทำเป็นของหวานได้เช่น “แยมผลไม้” หรือว่าจะเป็นการนำเอาผักที่ใกล้หมดอายุ หรือเหลือมาทำเป็นขนมสุดฮิตอย่าง “ผักอบกรอบ” ได้เช่นกัน นอกจากการแปรรูปอาหารแล้วนั้นยังมีอีกวิธีที่เราสามรถทำได้นั่นคือการเปลี่ยนเป็น “ปุ๋ยหมัก” จากเศษอาหาร ก็เป็นอีกวิธีที่หลาย ๆ บ้านนิยมกัน ได้ทั้งการลดขยะอาหาร และได้ปุ๋ยหมักสำหรับใช้ในการเกษตรได้อีกด้วย

  • ระดับร้านอาหาร จนถึงอุตสาหกรรมอาหาร

อุตสาหกรรมด้านอาหารก็เป็นอีกหนึ่งอย่างที่เราปฏิเสธไม่ได้ว่าอาหารที่ถูกคัดทิ้งออกมา เนื่องจากหลาย ๆ ปัจจัยนั้นก็มักจะมีในปริมาณที่มาก และหลาย ๆ ครั้งปัญหาขยะอาหารเองก็เกิดจากอุตสาหกรรมอาหารเช่นกัน ซึ่งในประเทศไทยเองก็ได้มีแผนยุทธศาสตร์แห่งชาติฉบับที่ 11 ได้กำหนดกรอบยุทธศาสตร์ความมั่นคงทางอาหารเพื่อผลักดันให้มีการจัดการขยะอาหารที่ถูกทิ้งให้มีปริมาณน้อยลง นอกจากนี้ในอุตสาหกรรมอาหารเองก็ต้องสร้างการตระหนักถึงคุณค่า และต้นทุนของวัตถุดิบเช่นกัน โดยมีแนวทางในการจัดการกับขยะอาหารให้มีประสิทธิภาพ 5 ประการ คือ 1) การจัดการวัตถุดิบให้หมดไม่มีคงเหลือ 2) มีการวางแผนการประกอบอาหารให้พอดีกับความต้องการของผู้บริโภค 3) ลดปริมาณเศษอาหาร หรือเศษของเหลือจากวัตถุดิบที่ใช้ในการตกแต่งอาหารให้เหลือน้อยที่สุด 4) ตรวจสอบปริมาณวัตถุดิบที่คงเหลือในกระบวนการผลิตให้เกิดคุณค่า และ 5) สร้างจิตสำนึกการรับประทานอาหารให้หมดไม่เหลือทิ้ง

เพียงแค่ 5 ขั้นตอนนี้ก็จะช่วยให้ขยะอาหารจากอุตสาหกรรมอาหารลดน้อยลง แถมยังได้ช่วยในการลดต้นทุนทางด้านการผลิตเช่นกัน

จากที่เราเห็นว่า “ขยะอาหาร” ถึงแม้จะดูเป็นเรื่องทั่วไป ที่ประเทศไหน ๆ ก็มี แต่ว่าท้ายที่สุดแล้วนั้นกลับเป็นจุดเกิดของปัญหาใหญ่ระดับนานาชาติได้เลยทีเดียวซึ่งหากใครที่อยากเริ่มต้นในเรื่องของการจัดการขยะอาหารได้จากที่บ้าน ก็สามารถศึกษาได้จากคู่มือ “ลดขยะอาหารเริ่มต้นที่บ้าน” คู่มือที่จะพาไปทำความเข้าใจในการลดขยะอาหาร รวมถึงวิธีการต่าง ๆ ที่สามารถลดขยะอาหารได้เองที่บ้านดาวน์โหลดได้ที่นี่

และนอกจากนี้ยังมีคู่มือดี ๆ ที่ช่วยแนะนำในด้านการทำปุ๋ยหมักจากเศรษอาหารด้วย สำหรับครัวเรือนที่ต้องการทำปุ๋ยหมักเพื่อเอามาต่อยอดทั้งในด้านเกษตรกรรม หรือการดูแลต้นไม้ในบ้าน ก็สามารถศึกษาได้จากคู่มือ “ปุ๋ยหมักจากเศษอาหาร” ดาวน์โหลดได้ที่นี่เลย

Related

Most View

Recommend