ADVANCESEARCH

Universal Design - การออกแบบเพื่อคนทั้งมวล ลดปัจจัยเสี่ยงการหกล้มและเสียชีวิตของผู้สูงอายุ

05.01.2565
93
Share

Highlight

  • การออกแบบเพื่อคนทั้งมวล คือ การออกแบบผลิตภัณฑ์และสภาพแวดล้อมให้สามารถใช้ประโยชน์ได้อย่างกว้างขวางให้มากที่สุด โดยไม่มีข้อจำกัดด้านอายุ และสภาพร่างกาย รวมถึงการออกแบบสภาพแวดล้อม อาคาร สถานที่ อุปกรณ์เครื่องใช้ต่าง ๆ ให้เหมาะสมกับผู้สูงอายุ คนพิการ เด็ก สตรีมีครรภ์ ฯลฯ
  • เฉลี่ยผู้สูงอายุไทยเสียชีวิตจากการหกล้มประมาณ 3 คนต่อวัน อัตราการเสียชีวิตจากการพลัดตกหกล้มในผู้สูงอายุสูงกว่าทุกกลุ่มอายุถึง 3 เท่า และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องโดยเฉพาะกลุ่มอายุ 80 ปีขึ้นไป จากการคาดการณ์ระหว่างปี 2560 – 2564 จะมีผู้สูงอายุพลัดตกหกล้มถึง 5.5 ล้านคนต่อปี
  • พบว่า ผู้สูงอายุที่หกล้ม และมีกระดูกสะโพกหักมีโอกาสเสียชีวิตภายใน 1 ปีถึงร้อยละ 20 จากการศึกษาในต่างประเทศพบว่า ค่าใช้จ่ายในการรักษาผู้สูงอายุที่หกล้มสูงถึงแสนกว่าบาทต่อคนต่อครั้ง หากรวมค่าใช้จ่ายที่ครอบครัวต้องออกจากงานมาดูแล หรือรายจ่ายจากการจ้างคนดูแลอาจสูงถึง 1,200,000 บาทต่อคนต่อปี

ในวันที่สังคมไทยได้ก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุโดยสมบูรณ์ และกำลังจะกลายเป็นสังคมผู้สูงอายุระดับสุดยอดในปี 2574 หลาย ๆ ภาคส่วนจำเป็นต้องให้ความสำคัญในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุด้านต่าง ๆ ทั้งเพื่อพัฒนาระบบรองรับสังคมสูงวัย รวมทั้งพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุให้ครอบคลุมทุกมิติ เพื่อให้ผู้สูงอายุสามารถดำเนินชีวิตได้อย่างมีคุณค่า มีศักดิ์ศรี ลดภาระการดูแลของลูกหลาน อีกทั้งยังสามารถเป็นพลังของสังคมในอีกด้านหนึ่งด้วย

เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีของผู้สูงอายุ หลักการการออกแบบเพื่อคนทั้งมวล (Universal Design) เป็นอีกแนวคิดสำคัญในการสร้างสรรค์สังคม เพื่อให้ทุกคนอยู่ร่วมกันได้ในสภาพแวดล้อมที่อำนวยความสะดวก สร้างความปลอดภัย และครอบคลุมทุกความต้องการที่หลากหลายของผู้สูงอายุ คนทุกวัย และทุกกลุ่มเป้าหมาย เพื่อสร้างสรรค์สภาพแวดล้อมซึ่งสร้างโอกาสให้ผู้สูงอายุได้มีส่วนร่วมในกิจกรรมต่าง ๆ โดยปราศอุปสรรค เพิ่มความสะดวกในการทำกิจกรรมในชีวิตประจำวัน และส่งเสริมการมีส่วนร่วมอย่างต่อเนื่อง

 Universal Design คืออะไร

Universal Design (UD) การออกแบบเพื่อคนทั้งมวล คือ การออกแบบผลิตภัณฑ์และสภาพแวดล้อมซึ่งปราศจากการออกแบบ หรือดัดแปลงเป็นพิเศษ แต่เป็นการออกแบบที่ทุกคนสามารถใช้ประโยชน์ได้อย่างกว้างขวางเท่าที่เป็นไปได้มากที่สุด โดยไม่มีข้อจำกัดด้านอายุ และสภาพร่างกาย หมายความรวมถึงการออกแบบสภาพแวดล้อม อาคาร สถานที่ อุปกรณ์เครื่องใช้ต่าง ๆ ให้มีความเหมาะสมกับผู้สูงอายุ คนพิการ เด็ก สตรีมีครรภ์ ฯลฯ เน้นให้ทุกคนใช้ได้อย่างเท่าเทียมกัน เป็นประโยชน์ และตรงความต้องการของคนทุกกลุ่ม มีความยืดหยุ่น ปรับเปลี่ยนการใช้ได้ เป็นการออกแบบที่รองรับความสามารถหลากหลายของแต่ละบุคคล ใช้งานง่ายต่อความเข้าใจ โดยไม่คำนึงถึงประสบการณ์ และระดับความรู้ความสามารถ

การออกแบบเพื่อคนทั้งมวล หรือการออกแบบเพื่อทุกคน ต้องสื่อความหมายที่เข้าใจง่าย สื่อสารข้อมูลที่จำเป็นในการออกแบบได้อย่างมีประสิทธิภาพโดยไม่คำนึงถึงสภาพแวดล้อม หรือความสามารถทางประสาทสัมผัสของผู้ใช้ การออกแบบเพื่อการใช้งานที่ผิดพลาดได้ สามารถลดอันตรายจากอุบัติเหตุ และผลกระทบที่ไม่พึงประสงค์ หรือการกระทำที่ไม่ได้ตั้งใจ ใช้แรงน้อย สามารถนำมาใช้อย่างมีประสิทธิภาพ สะดวกสบาย และไม่เกิดความเมื่อยล้า    มีขนาดและพื้นที่ที่เหมาะสมกับการเข้าถึง และการใช้งาน โดยไม่คำนึงถึงขนาดร่างกาย ท่าทางหรือการเคลื่อนไหวของผู้ใช้และใช้งานได้ (1)

ความสำคัญของการออกแบบเพื่อผู้สูงอายุ

การออกแบบเพื่อทุกคนนี้เป็นแนวความคิดสากลที่องค์การสหประชาชาติได้พยายามเผยแพร่ และส่งเสริมให้ทุกคนเข้าถึงสิทธิ และได้รับประโยชน์อย่างเสมอภาค และเท่าเทียมตามหลักสิทธิมนุษยชนโดยที่ไม่ถูกเลือกปฏิบัติ แม้ว่าจะมีสถานะเป็นคนพิการ หรือผู้สูงอายุ

ประเทศไทยซึ่งมีกฎหมายหลายฉบับที่มีผลบังคับใช้ให้การสร้างตึกอาคาร และสถานที่สาธารณะต่าง ๆ จำเป็นต้องจัดทำสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับผู้พิการ ผู้สูงอายุ และทุก ๆ คน ในเดือนมีนาคม 2564 ที่ผ่านมา

กระทรวงมหาดไทยออก “กฎกระทรวงกำหนดสิ่งอำนวยความสะดวกในอาคารสำหรับผู้พิการหรือทุพพลภาพ และคนชรา (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2564” ประกาศลงในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 4 มีนาคม 2564 เพื่อแก้ไขเพิ่มเติมกฎกระทรวงกำหนดสิ่งอำนวยความสะดวกในอาคารสำหรับผู้พิการหรือทุพพลภาพและคนชรา พ.ศ. 2548 ซึ่งส่วนใหญ่เป็นการปรับปรุงข้อกำหนดเดิมให้เหมาะสม สอดคล้องกับมาตรฐานสากลที่เป็นที่ยอมรับของนานาประเทศมากขึ้น

Universal Design นี้มีความสำคัญ และจำเป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะเมื่อประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างสมบูรณ์ในปี 2565 โดยจำนวนผู้สูงอายุจะอยู่ราวร้อยละ 20-30 และประเทศไทยจะกลายเป็นสังคมสูงอายุระดับสุดยอดเช่นเดียวกับญี่ปุ่นที่มีประชากรอายุ 60 ปีขึ้นไปร้อยละ 28 ในปี 2574 การเปลี่ยนแปลงเพื่อเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างสมบูรณ์ของประเทศไทยเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว และรุนแรงเมื่อเปรียบเทียบกับหลายชาติในโลก ทำให้เราต้องเตรียมพร้อมในหลาย ๆ ด้าน ด้วยภาวะสูงวัยนั้นจะมาพร้อมกับความเปราะบางทั้งทางด้านกายภาพ จิตใจ และสังคม ผู้สูงวัยจึงต้องพึ่งพาคนอื่นมากขึ้นในหลายด้าน การออกแบบเพื่อคนทั้งมวลสามารถทำให้ผู้สูงอายุใช้ชีวิตได้สะดวกง่าย และเท่าเทียม ที่สำคัญคือ การออกแบบเพื่อคนทั้งมวลสามารถป้องกัน และลดความเสี่ยงต่อการหกล้มพลัดตกหกล้มในผู้สูงอายุ ซึ่งเป็นปัญหาที่สาธารณสุขให้ความสำคัญระดับต้น ๆ ของประเทศ

การล้มของผู้สูงอายุไม่ใช่เรื่องเล็ก

การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับผู้สูงอายุ ทั้งความเสื่อมทางระบบประสาท และการเคลื่อนไหว การเจ็บป่วยด้วยโรคกระดูก และข้อเสื่อม กล้ามเนื้ออ่อนแรง การมองเห็น หรือหลายสาเหตุร่วมกัน ล้วนแล้วแต่เป็นปัจจัยที่ทำให้ผู้สูงอายุเสี่ยงต่อการพลัดตกหกล้มได้ง่าย

งานวิจัยเรื่อง โครงการศึกษานโยบายและการดำเนินงานการป้องกันการหกล้มในผู้สูงอายุในประเทศไทย โดย  รศ.จิราพร เกศพิชญวัฒนา และ ดร.ภัทรพร คงบุญ คณะพยาบาลศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งได้รับการสนับสนุนการวิจัยจากมูนิธิสถาบันวิจัยและพัฒนาผู้สูงอายุไทย (มส.ผส.) และสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ระบุว่า การพลัดตกหกล้มในผู้สูงอายุเป็นปัญหาที่สาธารณสุขให้ความสำคัญระดับต้น ๆ ของประเทศไทย โดยเฉลี่ยผู้สูงอายุไทยเสียชีวิตจากการหกล้มประมาณ 3 คนต่อวัน และอัตราการเสียชีวิตจากการพลัดตกหกล้มในผู้สูงอายุสูงกว่าทุกกลุ่มอายุถึง 3 เท่า และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องโดยเฉพาะกลุ่มอายุ 80 ปีขึ้นไป ซึ่งจากการคาดการณ์ระหว่างปี 2560 – 2564 จะมีผู้สูงอายุพลัดตกหกล้มถึง 5.5 ล้านคนต่อปีทีเดียว (2)

จากคู่มือ “ยากันล้ม คู่มือป้องกันการหกล้มในผู้สูงอายุ” อาการหกล้มในผู้สูงอายุซึ่งหากเกิดขึ้นแล้วมีแนวโน้มที่จะเป็นอันตรายถึงชีวิต แต่เราสามารถป้องกันได้ด้วยการลดปัจจัยที่ก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อการหกล้ม ไม่ว่าจะเป็นสภาพแวดล้อมภายในบ้าน และสภาพร่างกายของผู้สูงอายุเอง

ผู้สูงอายุหกล้มเป็นเรื่องใหญ่ เพราะการหกล้มเกิดขึ้นในผู้สูงอายุอาจกระทบต่อสุขภาพ คุณภาพชีวิต ก่อให้เกิดความพิการ หรือแม้กระทั่ง เป็นสาเหตุการเสียชีวิต

ข้อมูลจากองค์การอนามัยโลกระบุว่า ผู้สูงอายุตั้งแต่ 65 ปีขึ้นไปจะมีแนวโน้มหกล้มร้อยละ 28-35 ต่อ

ปี และจะเพิ่มเป็นร้อยละ 32-42 เมื่อก้าวเข้าสู่ปีที่ 70 เป็นต้นไป สามารถสรุปได้ว่า ความเสี่ยงของการหกล้มจะยิ่งมากขึ้นเมื่ออายุมากขึ้น โดยเฉพาะผู้ที่มีอาการกล้ามเนื้ออ่อนแรง หรือมีโรคประจำตัว เช่น อัมพฤกษ์ อัมพาต หรือมีปัญหาเรื่องการทรงตัว

การหกล้มเบา ๆ อาจส่งผลทำให้เกิดกระดูกสะโพก หรือกระดูกสันหลังหัก  การหกล้มศีรษะกระแทกพื้นอาจทำให้เกิดภาวะเลือดออกในสมอง ส่งผลให้เกิดความพิการ และการเสียชีวิตตามมา โดยพบว่า ผู้สูงอายุที่หกล้ม และมีกระดูกสะโพกหักมีโอกาสเสียชีวิตภายใน 1 ปีถึงร้อยละ 20

เมื่อผู้สูงอายุหกล้มอาจส่งผลต่อสุขภาพ และการใช้ชีวิต ในกรณีที่ผู้สูงอายุไม่สามารถดูแลตัวเองได้ ทำให้ลูกหลาน หรือญาติต้องออกจากงานมาดูแล หรือจ้างผู้ดูแลพิเศษ ประมาณ 1 ใน 3 ของการหกล้มจะนำไปสู่การบาดเจ็บตั้งแต่ระดับเล็กน้อยไปจนถึงรุนแรงมาก และพบว่าการหกล้มเป็นสาเหตุที่สำคัญของการเข้าโรงพยาบาลในผู้ที่มีอายุ 65 ปีขึ้นไป นอกจากนี้การบาดเจ็บจากการหกล้มทำให้ผู้ป่วยต้องนอนโรงพยาบาลนานกว่าการบาดเจ็บจากสาเหตุอื่น ยิ่งมีอายุมาก และมีโรคประจำตัวมีความเป็นไปได้ที่ต้องนอนโรงพยาบาล หรือนอนติดเตียงไปตลอดชีวิต

เมื่อผู้สูงอายุหกล้ม และกระดูกหักพบว่า 1 ใน 5 ไม่สามารถกลับมาเดินได้อีก และบางส่วนต้องใช้รถเข็นไปตลอด ส่งผลให้ผู้สูงอายุสูญเสียความสามารถในการดูแลตนเอง และต้องมีคนดูแลตลอดเวลา มีภาวะสับสน มีปัญหาการเคลื่อนไหว และทำให้เกิดอาการซึมเศร้าได้ ส่วนผู้สูงอายุที่เคยหกล้ม แม้ไม่ได้รับบาดเจ็บรุนแรง แต่อาจเกิดอาการวิตก หวาดกลัว หกล้มซ้ำ ไม่กล้าใช้ชีวิตตามปกติ ทำให้คุณภาพชีวิตด้านอื่น ๆ ลดลง

จากการศึกษาในต่างประเทศพบว่า ค่าใช้จ่ายในการรักษาผู้สูงอายุที่หกล้มสูงถึงแสนกว่าบาทต่อคนต่อครั้ง        หากรวมค่าใช้จ่ายทางอ้อมที่เกิดขึ้น เช่น รายได้ที่ครอบครัวต้องเสียไป เมื่อต้องออกจากงานมาดูแล หรือรายจ่ายที่เพิ่มหากต้องจ้างคนดูแลโดยประมาณการว่าอาจสูงถึง 1,200,000 บาทต่อคนต่อปีเลยทีเดียว

การล้มในผู้สูงอายุเกิดจากหลายสาเหตุไม่ว่าจะเป็นกระดูกหรือกล้ามเนื้อไม่แข็งแรง มีปัญหาการทรงตัว ปัญหาสายตา การกินยาที่ทำให้ง่วงซึม รวมทั้งสภาพแวดล้อมภายในบ้านไม่เหมาะสม ล้วนเป็นปัจจัยเพิ่มความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ การออกกำลังกายเพื่อเสริมความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ เพิ่มความสามารถในการทรงตัวและ การเดินซึ่งเป็นสาเหตุหลักของการหกล้มในผู้สูงอายุ (3) และการดูแลสภาพแวดล้อมภายในที่อยู่อาศัย และสถานที่สำหรับประกอบกิจกรรมต่าง ๆ ให้เหมาะสมก็เป็นสิ่งสำคัญ

การออกแบบให้เหมาะกับการเปลี่ยนแปลงสภาพร่างกาย

คู่มือ “บ้านปลอดภัยวัยเกษียณ” มีข้อแนะนำการออกแบบสภาพแวดล้อม และที่พักอาศัยของผู้สูงอายุ ซึ่งจัดทำขึ้นมาเพื่อเผยแพร่ความรู้ในการจัดสภาพแวดล้อมในการอยู่อาศัยให้เหมาะสมกับการเปลี่ยนแปลงสภาพทางร่างกายของผู้สูงอายุไทย

นอกจากการเปลี่ยนแปลงทางร่างกายแล้ว เมื่อเข้าสู่วัยสูงอายุยังมีการเปลี่ยนแปลงทางด้านสังคม การเปลี่ยนแปลงทางจิตใจ และการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ ฉะนั้นการจัดสภาพแวดล้อมในการอยู่อาศัยที่ดี ควรคำนึงถึงการเปลี่ยนแปลงในทุก ๆ ด้าน เช่น สภาพสังคมไทยมักอยู่กันเป็นครอบครัวใหญ่ ญาติพี่น้องมักอยู่ใกล้ ๆ กัน ทางเลือกในการปรับปรุงที่อยู่อาศัยเดิมให้เหมาะสมกับผู้สูงอายุ น่าจะมีความสอดคล้องกับสภาพสังคมและสภาพจิตใจมากกว่าการจะย้ายท่านไปอยู่ที่อื่น

เป้าหมายในการออกแบบคือ เพื่อให้ผู้สูงอายุมีชีวิตสดใส ไม่ต้องพึ่งพา ลดอุบัติเหตุที่เป็นสาเหตุทำให้ผู้สูงอายุเข้าสู่ภาวะพึ่งพาเร็วขึ้น โดยแนวคิดการออกแบบสภาพแวดล้อม และที่พักอาศัยของผู้สูงอายุ ประกอบด้วย 1. มีความปลอดภัยทางกายภาพ (Physical Safety) เช่น มีแสงสว่างเพียงพอ บริเวณบันได และห้องน้ำพื้นไม่เปลี่ยนระดับ พื้นไม่ลื่น มีราวจับในห้องน้ำ มีสัญญาณเรียกขอความช่วยเหลือฉุกเฉิน 2. สามารถเข้าถึงได้ง่าย (Accessibility) เช่น มีทางลาดสำหรับผู้ใช้รถวีลแชร์ ความสูงตู้เหมาะสมหยิบของได้สะดวก 3. สามารถสร้างแรงกระตุ้น (Stimulation) เช่น การตกแต่งบ้านให้น่าสนใจ ทำให้ชีวิตดูกระชุ่มกระชวย ไม่ซึมเศร้า เข้าร่วมกิจกรรม เปิดโอกาสให้ผู้สูงอายุแสดงความสามารถได้อย่างเต็มที่ 4. ดูแลรักษาง่าย (Low Maintenance) พื้นที่บ้านพักอาศัยขนาดเหมาะสม ไม่เล็กจนคับแคบ และไม่ใหญ่โตจนดูแลไม่ทั่วถึง เป็นภาระเรื่องการดูแลทำความสะอาด (4)

หลักสูตรออกแบบที่เป็นมิตรรองรับสังคมสูงวัย

Universal Design นับเป็นสิ่งจำเป็นของโลกยุคปัจจุบัน และอนาคตอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ยิ่งโดยเฉพาะเมื่อประเทศไทยกำลังกำลังเดินหน้าไปสู่ความเป็นสังคมผู้สูงอายุ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางการออกแบบสภาพแวดล้อมเพื่อทุกคน คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และศูนย์ออกแบบสภาพแวดล้อมเพื่อทุกคน (Chula UDC) ได้ร่วมจัดทำ “Universal Design Academy” หลักสูตรออกแบบที่เป็นมิตรรองรับสังคมสูงวัย ซึ่งเป็นหลักสูตรอบรมการออกแบบเพื่อทุกคน เพื่อเสริมความรู้ความเข้าใจในการออกแบบด้วยการเรียนรู้ตลอดชีวิต รับมือสังคมสูงวัยโดยสมบูรณ์ ขานรับกฎหมายสิ่งอำนวยความสะดวกคนพิการฉบับใหม่

วัตถุประสงค์ของยูนิเวอร์แซล ดีไซน์ อะคาเดมี เพื่อสร้างองค์ความรู้ให้กับผู้เข้าอบรม สามารถนำไปประยุกต์ออกแบบพื้นที่เพื่อทุกคนได้อย่างตรงจุด สร้างนวัตกรรมเป็นต้นแบบ สร้างความเปลี่ยนแปลง กระตุ้นให้ผู้เกี่ยวข้องกับการออกแบบอาคาร และโครงสร้างพื้นฐาน ได้สนใจกฎหมาย รวมถึงการเลือกใช้วัสดุ และปรับพื้นที่ให้ทุกคนเข้าถึงได้อย่างเท่าเทียม

หลักสูตรนี้มีการเรียนการสอนทั้งในห้องเรียน และเรียนออนไลน์ ที่ผ่านมามีคนจากหลากหลายอาชีพ ไม่ว่าจะ  เป็นสถาปนิก วิศวกร ผู้รับเหมา อาจารย์ นิสิต นักศึกษา แพทย์ ทันตแพทย์ ผู้ดูแลอาคารของทางราชการ ผู้ผลิตและผู้จัดจำหน่ายอุปกรณ์เพื่อผู้สูงอายุ และคนพิการ ฯลฯ เข้ารับการอบรม (5) ผู้สนใจสามารถสอบถามข้อมูลเกี่ยวกับหลักสูตรและการเรียนรุ่นต่อไปได้ที่ Facebook : Chula.UDC หรือ โทร.09-2518-1301, 0-2218-4354

ด้วยแนวความคิดการออกแบบเพื่อคนทั้งมวลนี้จะเกิดขึ้นได้ จำเป็นอย่างยิ่งที่ทุกภาคส่วนต้องช่วยกัน ทั้งภาครัฐซึ่งต้องดูแลและสนับสนุน รวมถึงผู้ผลิต ผู้เชี่ยวชาญด้านการออกแบบ สถาปนิก วิศวกร และผู้รับผิดชอบด้านการก่อสร้างที่ต้องใช้ความรู้ทักษะพิเศษในการสร้าง และออกแบบที่ครอบคลุมถึงทุกคน นอกจากนี้ผู้ใช้บริการการออกแบบก็จำเป็นต้องสะท้อน หรือแสดงความเห็นเกี่ยวกับงานออกแบบต่าง ๆ ช่วยปรับปรุงพัฒนา เพื่อทำให้ทุกคนมีสภาพแวดล้อม สถานที่ และมีสิ่งของเครื่องใช้ซึ่งสามารถรองรับการใช้งานได้สำหรับทุกคน เพื่อความสะดวก และปลอดภัยอย่างเสมอภาคเท่าเทียม รวมทั้งก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุได้อย่างมั่นคง

 

อ้างอิง :

(1) https://online.pubhtml5.com/ccmq/brlm/#p=1

(2) https://thaitgri.org/?p=39664 ข้อมูลสถิติการหกล้มของผู้สูงอายุ

(3)  ยากันล้ม คู่มือป้องกันการหกล้มในผู้สูงอายุ https://thaitgri.org/?p=36204

(4) บ้านปลอดภัยวันเกษียณ https://drive.google.com/file/d/1PoBgX5OKfe9heI8Rjjv9SyhvsiZQIIrO/edit?fbclid=IwAR2UKbKpc79sZFdGuDefr-iBf7W30mQuXK8hvEEWvDVgA-oRtYcavPLCU_0

(5) https://www.thaihealth.or.th/Content/54270-เปิดตัว%20Universal%20Design%20Academy%20รองรับสังคมสูงวัย.html

 

Related

Most View

Recommend