ADVANCESEARCH

บทเรียนจากสิงคโปร์ กับ 6 จุดอ่อน

20.04.2563
388
Share

ด้วยสถานการณ์การระบาดของไวรัสโคโรนา 19 หรือโควิด- 19 นี้ ทำให้หลายประเทศทั่วโลกต่างงัดมาตรการป้องกันอย่างเต็มที่เพื้อยับยั้งการระบาด อันจะส่งผลโดยตรงต่อสุขภาพมนุษย์และส่งผลทางอ้อมต่อระบบเศรษฐกิจในแต่ละประเทศอีกด้วย ดังนั้นด้วยเหตุผลนี้ทำให้เราจับตามองมาตรการของแต่ละประเทศเพื่อนำมาปรับใช้และเป็นบทเรียนในประเทศตนเองให้เป็นประโยชน์สูงสุด

            สิงคโปร์ เป็นประเทศที่ประสบความสำเร็จในระยะแรกจากมาตรการการป้องกันโควิด- 19 นี้ โดยสามารถชะลอการระบาดได้กว่า 3 เดือน ทำให้เป็นอีกประเทศที่น่าจับตามองในเรื่องของการรับมือ

            แต่ในระยะหลังมานี้ ประมาณราว 2 สัปดาห์ก่อนหน้า กลับพบว่ามีจำนวนผู้ติดเชื้อสูงขึ้นอย่างก้าวกระโดด เรื่องนี้ยังเป็นคำถามกับใครหลายคนว่าเกิดอะไรขึ้นกับประเทศสิงคโปร์

            ทางกระทรวงอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) และสำนักงานวิจัยแห่งชาติ (วช.) ได้วิเคราะห์ข้อมูลเกี่ยวกับจุดอ่อนที่เกิดขึ้นทั้งหมด 6 จุดอ่อนในประเทศสิงคโปร์ เพื่อนำมาเป็นบทเรียนสำหรับประเทศอื่นรวมถึงประเทศไทย

1. หอพักคนงานชาวต่างชาติ

สิงคโปร์มีพนักงานเป็นชาวต่างชาติมากถึง 1.4 ล้านคน ทั้งวิชาชีพชั้นสูงและผู้ใช้แรงงาน ซึ่งคนงานต่างชาตินี้พักอยู่ในหอพักอย่างแออัด และพบว่าผู้ติดเชื้อกว่าครึ่งได้พักอยู่ในหอพักเหล่านี้ ซึ่งหอพักที่มีผู้ติดเชื้อมากที่สุด คือ s11 Dormitory@Punggol มีผู้ติดเชื้อ 979 ราย

2. คนสิงคโปร์ที่กลับมาจากต่างประเทศ

มีคนสิงคโปร์จำนวนมากที่เดินทางมาจากต่างประเทศในช่วงหลังมานี้ ซึ่งรัฐบาลได้มีมาตรการ Home quarantine เองที่บ้านใน 14 วัน แต่ตอนกักตัวที่บ้านก็มีคนจำนวนหนึ่งไม่ได้เข้มงวดมากนักในการสัมผัสกับคนในบ้าน ทำให้เกิดการแพร่กระจายของเชื้อได้มากขึ้น และนอกจากนี้ยังมีการประเมินว่า มีผู้ติดเชื้อหลุดเข้ามาประมาณ 500 คนที่ตรวจไม่เจอตอนเข้าประเทศ ดังนั้นรัฐบาลจึงต้องปรับนโยบายให้ทำ Government quarantine

3. ผู้ที่ไม่ปฏิบัติตามกฎ Social Distancing

มีคนจำนวนหนึ่งในในสิงคโปร์ได้มีกิจกรรมใกล้ชิดกันจนเกิดอาจเกิดเหตุการณ์ Super spreader ที่ทำ ให้มีผู้ติดเชื้อจำนวนมาก รัฐบาลจึงมีการแนะนำให้มีกิจกรรมทางสังคมเฉพาะกับสมาชิกในครอบครัวที่อาศัยอยู่ในบ้านเดียวกันเท่านั้น รวมทั้งพฤติกรรมการออกจากบ้านโดยไม่จำเป็นหรือการไม่สวมหน้ากากเมื่อออกไปข้างนอก ทำให้เกิดความเสี่ยงอย่างมากที่จะทำให้ผู้ติดเชื้อที่ไม่มีอาการหรือมีอาการไม่รุนแรงได้แพร่เชื้อให้กับผู้อื่น ทำให้ประเทศสิงคโปร์ต้องระดมเจ้าหน้าที่จำนวนมากเพื่อดูแลคนให้ปฏิบัติตนตามมาตรการ

4. บ้านพักคนชรา

ผู้สูงอายุมักจะเป็นผู้ที่ได้รับความเสี่ยงสูงในการป่วยหนัก โดยในประเทศสิงคโปร์พบว่า บ้านพัก คนชรา Lee Ah Mooi ที่พบผู้ติดเชื้อถึง 16 ราย และมีผู้เสียชีวิต 2 ราย โดยทั้งคู่เป็นผู้หญิงชราอายุ 86 ปี

5. ศูนย์เด็กเล็กและโรงเรียนเตรียมอนุบาล

เด็กจำนวนมากมักเป็นผู้ติดเชื้อที่ไม่แสดงอาการและสามารถนำเชื้อไปติดผู้สูงอายุในครอบครัวได้ ในศูนย์เด็กเล็กของประเทศสิงคโปร์ พบผู้ติดเชื้อ 30 ราย จากทั้งหมด 2 ศูนย์ และพบอีก 10 ราย จาก 10 ศูนย์ ซึ่งเป็นทั้งเจ้าหน้าที่ เด็ก และสมาชิกในครอบครัว แบ่งเป็นเด็ก 8 คนและผู้ใหญ่ 32 คน ดังนั้นตั้งแต่วันที่ 8 เมษายน 2563 ที่ผ่านมา จึงมีการระงับให้บริการศูนย์เด็กเล็ก ยกเว้นผู้ปกครองมีความจำเป็นและไม่สามารถหาวิธีการดูแลเด็กด้วยวิธีอื่น

6. สถานที่ทำงาน

ประมาณร้อยละ 20 ของพนักงานในสิงคโปร์ยังคงต้องทำงานอย่างต่อเนื่องสำหรับการบริการที่จำเป็น โดยรัฐบาลยังมีความพยายามจะลดจำนวนกิจการที่ถือว่ามีความจำเป็นลง เพื่อให้คนส่วนใหญ่อยู่บ้านและสามารถเพื่อควบคุมการแพร่กระจายของไวรัสได้ ส่วนสถานที่ทำงานและเปิดกิจการได้จะต้องมีความระมัดระวังอย่างมาก

นี่คือบทวิเคราะห์จุดอ่อนของมาตรการการรับมือการระบาดของโควิด- 19 ที่การระบาดนี้อาจกลับมาระบาดหนักอีกครั้งถึงแม้ว่าจะมีการรับมือที่ดีมาก่อนหน้านี้ก็ตาม และสิ่งที่เกิดขึ้นจึงเป็นบทเรียนที่สำคัญให้กับหลายประเทศรวมถึงประเทศไทย ถึงแม้ว่าสัญญาณผู้ติดเชื้อเพิ่มจะมีแนวโน้มที่ดีมากขึ้นแต่นั่นไม่ได้หมายความว่าเราทุกคนในสังคมจะละเลยการป้องกันตัวเองและผู้อื่น เรายังต้องร่วมรับมือกับวิกฤตครั้งนี้ต่อไป เพื่อผลลัพธ์ที่ดีกับคนไทยทุกคน

Related

Most View

Recommend